[SF] Tighten Up Pt.3

posted on 25 Aug 2012 15:19 by pam-a-rod

Title : [SF] Tighten Up Pt.3
Author : pam-a-rod
Genre : YAOI Romance
Warnings : YAOI : PG-13
Pairing : EXO-K - Chanyeol x Baekhyun

 

Sick for days in so many ways

I'm achin' now, I'm achin' now

It's times like these I need relief

Please show me how,

Show me how to get right

Yes, out of sight...

 

The Black Keys - Tighten Up

 

ชานยอลยืนนิ่งเหมือนถูกสาป นัยน์ตากลมมองอีกฝ่ายด้วยความไม่เข้าใจ ถึงจะเทียบกับกิตติศัพท์ที่คยองซูว่ามา ชานยอลก็รู้สึกว่ายังไงมันก็คงเกินไป แบคฮยอนจะชอบเขาง่ายดายขนาดนั้นเลยหรือ...

ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ มือเรียวจึงเชยคางของคนตรงหน้าที่กำลังหลบสายตาให้หันกลับมา แต่แววตาวูบไหวของแบคฮยอนก็ไม่ช่วยให้ชานยอลเข้าใจอยู่ดี และเขาก็เบื่อที่จะพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกตนเองและคนตรงหน้าเหลือเกิน

นี่มันอะไร เขาเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับอะไรกัน

 

“แบคฮยอนอ่า.. จะทำให้ฉันบ้าตายเหรอไง”  ชานยอลไม่พูดเปล่า วาดมือโอบคนตรงหน้าเข้ามาใกล้จนระยะห่างเป็นศูนย์ ริมฝีปากได้รูปคลอเคลียอยู่แถวแก้มใสก่อนจะประทับจูบลงไปแผ่วเบา “นายทำแบบนี้ทำไม”

 

ทว่าความเงียบคือคำตอบของคนตรงหน้า

สิ่งที่ชานยอลได้กลับมามีเพียงสัมผัสอ่อนนุ่มที่ริมฝีปาก แบคฮยอนใช้วิธีนี้อีกครั้ง จูบโดยไม่ตอบคำถาม จู่โจมเขาด้วยวิธีที่ประท้วงกลับไม่ได้ ชานยอลจึงได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับเต็มใจรับริมฝีปากที่บดเบียดมา แม้จะรู้ดีกว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดเพราะแบคฮยอนมีแฟนอยู่แล้ว และความคลุมเครือที่ลอยเคว้งอยู่ก็ทำให้ตะกอนความกังวลในใจคอยฟุ้งขึ้นมาอยู่ตลอด

แต่เพราะเป็นแบคฮยอน ชานยอลถึงยอมจมอยู่กับความรู้สึกแบบนี้

เป็นเพราะแบคฮยอน... และสัมผัสหวานนุ่มละมุนตรงหน้า

 

.

.

 

ตั้งแต่เกิดมายี่สิบกว่าปีจนย่างเข้าปีสี่ ชานยอลไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะได้แลกจูบกับคนที่(แอบ)ชอบในหอสมุด กลางวันแสกๆ ในมุมที่หลบสายตานักศึกษากว่าหลายร้อยชีวิต และถูกปล่อยให้ยืนเก้ออยู่แบบนั้นทันทีที่ผละริมฝีปากออก แบคฮยอนเพียงแค่ยิ้มให้แล้วยืดตัวขึ้นมาประทับริมฝีปากข้างแก้มชานยอลเป็นการบอกลาเท่านั้น เจ้าตัวพูดแค่ว่าเดี๋ยวจะจัดการเรื่องรายงานเองแล้วก็ปล่อยให้เขายืนเคว้งอยู่คนเดียว

ไม่ใช่ว่าชานยอลไม่ประสีประสา เพียงแต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าคิดอะไรไม่ออก ตามเกมส์คนตรงหน้าไม่ทัน ไม่รู้จะวางตัวยังไงดี

ทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนโดนฟันแล้วทิ้งเลย(วะ!!)

 

“เป็นอะไรมึง!”  โดคยองซูเพื่อนรักกระแทกหนังสือลงบนโต๊ะจนชานยอลสะดุ้งโหยง นัยน์ตากลมโตของคนตรงหน้าฉายแววเหนื่อยหน่ายจนมองเห็นคำด่าเป็นตัวอักษรลอยออกมาจากตามันด้วยซ้ำ

“เออ ช่วงนี้กูแย่อ่ะ ชีวิตพัง”

“อะไรอีก”  คยองซูที่พึ่งแจ้นมาถึงหลังจากเลิกเซคเลื่อนเก้าอี้นั่งลง เพราะอีนี่มันส่งข้อความหาเขายิกๆ ตั้งแต่ 11 โมงหรอกถึงได้ต้องรีบมา  “เรียกมานี่ไม่มีเรื่องกูด่านะ”

“มึง.... เมื่อกี้กูพึ่งจูบกับแบคฮยอนมาว่ะ”

“จะหลอกอะไรก็ให้มันสร้างสรรค์หน่อยได้ป้ะ ให้มันฟังดูเป็นไปได้อ่ะ”

“อีเหี้ย กูพูดจริง เนี่ยลิ้นกูยังติดรสบลูเบอรี่อยู่เลย” 

 

ชานยอลแลบลิ้นให้ดูโดยที่ไม่รู้หรอกว่าทำไปทำไม คยองซูมันคงไม่ได้กลิ่นหรือรสอะไรหรอกนอกจากจะมาจูบกับเขา ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน คนที่พิสูจน์ความจริงลอยๆ จึงหุบปากก่อนจะกลับไปนั่งเหม่อถอนหายใจเหมือนคนอกหักดังเดิม ชานยอลยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นอะไร แล้วใครจะมาล่วงรู้ใจเขาได้

......จะยกเว้นก็แต่อีคนตรงหน้านี่ล่ะนะ

 

“สรุปมึงพูดจริงดิ”

“เออ”

“โอโห โดนเค้าจูบมาเลยสติแตกอยู่เนี่ยนะ ให้ตาย”  คยองซูแทบจะฟาดกระเป๋าใส่ ใจง่ายซะไม่มีอ่ะปาร์คชานยอล “ไงล่ะ สุดท้ายก็ตกหลุมจนได้ไงล่ะ ไหนมึงบอกไม่อยากเป็นคิมจงอินคนที่สองไง อะไร๊ โดนเค้าจูบทีเดียวถึงกับโลกถล่ม”

“ก็มันห้ามไม่ได้นี่หว่า จูบนะมึ๊งไม่ใช่เกี่ยวก้อย จะให้กูไม่คิดอะไรเลยหรือไงวะ”

 

แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าตัวเองโดนแบคฮยอนปั่นหัว ชานยอลก็ลืมความรู้สึกเต็มตื้นในหัวใจไม่ได้ ความสุขระคนทุกข์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังลอยอยู่บนฟากฟ้าแล้วถูกจับโยนลงมาถึงก้นเหว ชานยอลรู้ว่าสิ่งที่ทำมันไม่ถูกต้อง มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อหัวใจของเขาทรยศสมองไปแบบกู่ไม่กลับแล้ว

 

“มึงว่ากูทำไงดีอ่ะ?”  ชานยอลขอความเห็นจากคนตรงหน้าพร้อมกับพรูลมหายใจเหยียดยาวอย่างสุดทน  “กูถูกปั่นหัวจนคิดอะไรไม่ออกแล้วว่ะ”

“อ้าว ก็รู้นี่ว่าโดนปั่นหัว ถึงเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอกนะมึงนี่”

“ก็มึงดูคนหลอก บยอนแบคฮยอนนะเป็นมึงไม่หวั่นไหวหรือไง”

 

คยองซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก็เขาเองที่เป็นคนเชียร์มันก่อนหน้านี้ จะไปว่าเพื่อนก็ไม่ได้เพราะถ้าเจอคนที่ชอบทำแบบนี้ใส่ ร้อยทั้งร้อยไม่สติหลุดก็คงไม่ใช่คนแล้วมั้ง คยองซูที่ไม่รู้จะช่วยยังไงจึงให้คำปรึกษาได้แค่ว่า

 

“กูว่าที่มึงมานั่งสติแตกแบบนี้ มึงก็ได้คำตอบแล้วนะว่าจะเอายังไงต่อไป หัวใจมึงอ่านง่ายยิ่งกว่าโบร์ชัวร์เงินกู้อีกมั้ง”

“คงงั้น...”

 

ในเมื่อรู้ว่าตัดใจไม่ได้...

ชานยอลก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะฝืนไปทำไมให้เหนื่อย

คยองซูถอนหายใจยาวเป็นอันจบคดี คนตัวเล็กกว่าเก็บข้าวเก็บของเพราะจะรีบกลับคณะไปปั่นงานต่อ ทว่าก่อนไปก็ไม่วายเอ่ยคำถามที่ทำให้ชานยอลหน้าแดงหูแดง ปาผักกาดหอมบนจานใส่หน้าเพื่อนเป็นการแก้เขิน และจบบทสนทนาหัวข้อนี้ไปอย่างรวดเร็ว เรื่องนี้มีแค่เขากับคิมจงอินที่รู้ก็พอ

 

“ว่าแต่เป็นไงวะ แบคฮยอนจูบเก่งมั้ย”

“พอเลยมึง”

 

.

.

 

หลังจากผ่านมาหนึ่งอาทิตย์โดยที่ไม่ได้คุยกัน แน่ล่ะ เขาจะไปมีเบอร์โทรศัพท์แบคฮยอนตอนไหน รู้จักกันยังไม่ถึงสามอาทิตย์ก็โดนจูบแล้ว ข้ามสเต็ปความสัมพันธ์ปกติไปสิบขั้นเป็นอย่างต่ำล่ะมั้ง ถึงจะพยายามไม่คิดอะไร แต่อาการปัญญาอ่อนที่เรียกว่าคิดถึงก็ทำให้ชานยอลยอมตื่นขึ้นมาและลากสังขารมาเรียนเบสิคคอมพิวเตอร์แต่เช้าตรู่

ชานยอลวิเคราะห์มาแล้วเรียบร้อยว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสถานะกิ๊ก ชู้ หรือผัวน้อย อะไรก็ตามแต่จะเรียก และเขาเองก็ไม่คิดจะเรียกร้องมากไปกว่านั้น เพียงแต่สิ่งที่ค้างใจอยู่ก็คือ... ทำไม... ทำไมถึงเป็นปาร์คชานยอล และทำไมแบคฮยอนถึงนอกใจคิมจงอิน

ร่างสูงเปิดประตูกระจกของห้องคอมแล้วพบว่าแบคฮยอนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ขายาวๆ ก้าวไปนั่งที่ประจำก่อนจะยิ้มทักทายอีกฝ่ายด้วยท่าทางที่กระเดิดกระดาดสุดขีด เอาจริงๆ แล้วชานยอลไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์โดนจูบแล้วถูกทิ้ง(?)มาก่อน อย่าให้ไปถึงจุดที่บอกว่าต้องทำหน้ายังไงเลย แค่มองตาโดยไม่ให้หน้าแดงไปถึงหูก็ทำแทบจะไม่ได้แล้ว

 

“อรุณสวัสดิ์” 

 

แบคฮยอนส่งยิ้มทักทายแบบปกติชนจนคนถูกทักถึงกับเหวอ

 

“อรุณสวัสดิ์”

“วันนี้อากาศร้อนเนาะ”

“อืม”

“กินข้าวเช้ามารึยัง?”

“กินแล้ว”

 

แบคฮยอนชวนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศได้อย่างนิ่งสนิท ใบหน้าหวานไม่มีริ้วรอยของความตื่นเต้นหรืออะไรด้วยซ้ำ เหมือนกับการทักทายตอนเจอกันครั้งแรกไม่มีผิด แล้วทำไมมีแต่เขาคนเดียวที่ตื่นเต้นเพ้อเจ้อ คำถามที่วนเวียนในใจเพิ่มมาอีกว่าทำไมแบคฮยอนถึงยังนิ่งได้ขนาดนี้ จากที่ตั้งใจว่าจะถามถึงเหตุผลของการกระทำเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ปฏิกิริยาของคนตรงหน้าทำให้ชานยอลตัดสินใจม้วนหัวข้อนั้นเก็บไว้หลังตู้ต่อไป

 

“วันนี้อาจารย์มาช้าเนอะ”

“นั่นสิ”

 

ชานยอลตอบกลับไปแบบเรียบๆ โอเค ไม่คิดก็ไม่คิด ในเมื่อแบคฮยอนไม่คิดจะพูดถึงเขาก็จะไม่พูดเหมือนกัน ถือซะว่าไม่เคยเกิดขึ้น ก็แค่ปากชนปากไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอยู่แล้ว

 

เหรอ?

 

ชานยอลนั่งหน้านิ่งทั้งที่กำแพงหัวใจล้มครืนอยู่ข้างใน เสียงของอาจารย์ที่เข้ามาสอนไม่เข้าหัวเขาสักคำ มีแต่คำถามโน้นนี่ผุดขึ้นมาในใจว่าจะเอายังไงต่อ จะทำยังไง กลับไปเป็นคนรู้จักกันแบบเดิมยังทันมั้ย คำถามที่ไร้คำตอบเอาแต่วนเวียนอยู่ในหัวจนรู้สึกหงุดหงิด อึดอัดราวกับหายใจไม่ออก ยิ่งเห็นคนข้างๆ นิ่งเฉย จดเลคเชอร์ได้อย่างปกติสุขชานยอลก็ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเขาต้องมานั่งบ้าแบบนี้ด้วย

ยิ่งไม่เข้าใจ.... ว่าหัวใจแบคฮยอนทำด้วยอะไร

 

คนที่สติหลุดกู่ไม่กลับคงจะเป็นแบบนั้นไปอีกนาน ถ้ามือเล็กของคนข้างๆ ไม่ยื่นมาจับมือของเขาเสียก่อน นิ้วเรียวสอดประสานเข้ากับอุ้งมือของเขาโดยไร้ซึ่งคำพูด แบคฮยอนไม่แม้แต่จะมองมาด้วยซ้ำ นัยน์ตาเรียวคู่นั้นจับจ้องไปที่อาจารย์ แต่ไออุ่นและแรงบีบเบาๆของมือที่สัมผัสได้ทำให้ชานยอลรู้ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป

และรู้.... ว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปอะไรๆก็จะไม่มีวันชัดเจนเสียที

 

ชานยอลดึงมือออกจากการกอบกุมตรงหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งให้อาจารย์และเดินออกมาข้างนอก ตอนนี้เขาไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ห้องเรียนเบสิคคอมพิวเตอร์ มือเรียวแกะจุ๊บปาจุ๊บรสโค้กมาอมแก้เครียด ขายาวๆก้าวจนมาหยุดยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นห้า นัยน์ตากลมโตมองออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอกก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ชานยอลเก็บเกี่ยวเรี่ยวแรงจากบรรยากาศตรงหน้าก่อนจะต้องกลับไปที่ห้องเรียนอีกครั้ง

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ บรรยากาศตรงหน้าจะมีบยอนแบคฮยอนเข้ามาร่วมด้วย

 

ชานยอลอ้าปากค้างเมื่อโดนอีกฝ่ายดึงให้เข้าไปในประตูบันไดหนีไฟ แต่ที่ทำให้ยิ่งช็อกกว่านั้นคือมือเล็กที่โน้มคอเขาลงมา ลูกอมรสโค้กในปากถูกโยนทิ้งในจังหวะเดียวกับที่คนตรงหน้าประทับจูบมาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

เอาอีกแล้ว... เป็นแบบนี้อีกแล้ว

ชานยอลลุ่มหลงอยู่ในสัมผัสละมุนตรงหน้าจนเกือบลืมไปแล้วว่าควรจะทำอะไร เรียวปากร้อนที่เก็บเกี่ยวความหอมหวานทำให้เขาเกือบลืมว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน ความลุ่มหลงกำลังจะชนะทุกสิ่ง สัมผัสที่ทำให้หัวใจเต้นแรงทำให้เขาเสียศูนย์จนเหมือนหมดแรงทั้งอย่างนั้น

ทว่าภาพเหตุการณ์ของห้องสมุดเมื่ออาทิตย์ที่แล้วกลับมารีรันในสมองอีกครั้งทำให้ชานยอลตัดสินใจผละริมฝีปากออก เขาไม่ปฏิเสธว่าแบคฮยอนจูบเก่งกว่าทุกคนที่เจอมา แต่ในตอนนี้ เรื่องนั้นคงต้องพักไว้ก่อน เขายังมีอะไรที่ค้างคาในใจมากกว่านั้น

 

“แบคฮยอนอ่า... ฉันรู้ดีว่าตัวเองอยู่ในสถานะไหน... แต่อย่างน้อยช่วยบอกเหตุผลได้มั้ยว่าทำไม”

“ก็นายชอบฉันไม่ใช่เหรอ”

“ก็ใช่.... แต่นายจูบคนที่ชอบตัวเองทุกคนแบบนี้หรือไง?”

“เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น”  แบคฮยอนก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างของทั้งสองคนกลายเป็นศูนย์ ใบหน้าหวานซบลงกับไหล่ของชานยอลอย่างคนอยากหาที่พึ่งพิง  “....ฉันทำแบบนี้กับนายคนเดียว”

 

ชานยอลกำลังยิ้ม ยิ้มโดยที่จำกัดความรู้สึกตัวเองไม่ได้ว่าจะดีใจหรือจะหัวเราะเยาะตัวเองดี ดีใจที่แบคฮยอนตอบว่าทำแบบนี้กับเขาแค่คนเดียว แต่ก็น่าหัวเราะเยาะในความดีใจโง่ๆ ที่เขาไม่ใช่คนเดียวของแบคฮยอนซะหน่อย

คนที่สับสนคงจะยืนคิดเป็นบ้าอยู่แบบนั้น แต่คงเพราะรู้... แบคฮยอนจึงยอมเอ่ยปากในสิ่งที่คาใจเขามานาน

 

“ฉันกับจงอินไปด้วยกันได้ไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะเราอายุห่างกันด้วยทำให้เข้ากันไม่ค่อยได้ ฉันรู้ว่าจงอินชอบฉันไม่งั้นคงไม่ตามตื๊อมานานขนาดนั้น บางทีฉันก็คิดเหมือนกันว่าที่ตัวเองตอบรับเป็นแฟนกับจงอินเป็นเพราะความเห็นใจ เป็นเพราะทุกคนพูดว่าเราเหมาะสมกัน หรือเพราะชอบจริงๆ กันแน่”

“........”

“ยิ่งนานวันไป แม้แต่ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจงอินชอบฉันจริงรึเปล่า”

 

แบคฮยอนสอดมือเข้ากับเอวของชานยอล กอดคนตรงหน้าด้วยความโหยหาหรืออะไรก็ตามแต่ ใบหน้าหวานยังคงคลอเคลียอยู่แถวต้นคอของคนที่สูงกว่า เสียงหวานอ้อน... อ้อนด้วยประโยคที่ทำให้ใจของชานยอลอ่อนยวบราวกับโดนลนด้วยไฟ

 

“แต่พอได้เจอนาย คนที่ชอบฉันโดยไม่หวังอะไรตอบแทน ไม่เคยเรียกร้องอะไร นายทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่รัก...”

“..........”

“ชานยอลอ่า.. รอหน่อยได้มั้ย อย่าพึ่งหมดหวังในตัวฉันได้มั้ย”

 

บยอนแบคฮยอนเป็นคนที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก ชานยอลคิดแบบนั้น

แต่ถึงจะรู้อยู่แก่ใจ ชานยอลก็อดไม่ได้ที่จะยกสองมือโอบแบคฮยอน มือเรียวไล้ไปตามกลุ่มผมนุ่มก่อนจะก้มลงประทับจูบแผ่วเบา ภายในบันไดทางหนีไฟที่ไร้ร้างผู้คน ภายในบรรยากาศเงียบเชียบของวันพุธตอนเช้า ภายในอ้อมกอดของกันและกัน ชานยอลตอบกลับไปอย่างที่ตัวเองก็ไม่เชื่อด้วยซ้ำ


“ฉันจะรอ....”

“.......”

“ฉันยินดีอยู่ข้างๆ.. ไม่ว่าในฐานะไหนก็ตาม”





To be continued





เย้ ได้ฤกษ์คลอดอีกตอนซะที T T  มันอาจจะช้านานและป่วงกู่ไม่กลับ แต่รับรองว่าพิมพ์จบแน่นอนค่า (ไม่กล้าโกงเทพเจ้า) หลายคนอาจจะสงสัย(มีคนสงสัยมั้ย?) Tighten Up เป็นเพลงของ The Black Keys นะคะ วงที่เราชอบมาก และก็รู้สึกว่าตรงกับฟิกเรื่องนี้มาก อย่าลืมไปหาฟังกันนะคะ :)
 
ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับทุกคอมเม้นค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

ไรท์เตอร์มาอัพได้แล้วน้าาาาาา แง
อยากรู้ตอนจบแล้วอ่า คิดถึงไรท์เตอร์

#3 By พิมาย (171.7.25.41) on 2013-07-21 19:57

เป็นความโชคดีมากที่เปิดเข้ามาเจอฟิคเรื่องนี้เพราะมันสนุกที่สุดในสามโลกก
ชอบความคิดของชานยอลจังเลยค่ะ เห็นภาพสุดๆ
เเละอีกอย่าง อ่านฟิก + โหลดเพลงประกอบมาฟังด้วย มันเข้ากันมาก
เราค่อยๆอ่านทีละนิด ละเลียดๆๆ เพราะกลัวจะจบ
บางฉาก ต้องอ่านซ้ำ เเล้วก็หัวเราะบ้าอยู่คนเดียว
ชอบชานเเบคเเบบนี้ ><
จะเข้ามาเป็นกำลังใจให้บ่อยๆนะคะ
เผื่อจะได้จะเอ๋ ตอนที่ 4 เร็วขึ้น >___<
จะติดตามต่อไปเเน่นอนค่ะ !!
 มาอัพต่อเถอะน้าาาาาาาาาา พลีสสสสส ><

#2 By uribyun (103.7.57.18|118.173.171.224) on 2013-01-09 00:27

ฉันยินดีอยู่ข้างๆ.. ไม่ว่าในฐานะไหนก็ตาม
โฮ YOY ชานยอลนายช่าง........
อยากให้รู้ว่ามีคนนี้รอตอนต่อไปอยู่นะคะ:D

#1 By ppp (103.7.57.18|223.204.131.188) on 2012-10-26 12:57