[SF] Tighten Up Pt.2

posted on 08 Jul 2012 19:11 by pam-a-rod

Title : [SF] Tighten Up Pt.2
Author : pam-a-rod
Genre : YAOI Romance
Warnings : YAOI : PG-13
Pairing : EXO-K - Chanyeol x Baekhyun

 
 

Take my badge but my heart remains

Lovin' you, baby child

Tighten up on your reigns

You're runnin' wild, runnin' wild

It's true

 

The Black Keys – Tighten Up

 

 

“อะไรนะ ตำนานรักเลยเหรอวะ”

 

ชานยอลแทบจะพ่นข้าวออกมาทางจมูก เจ้าของคำถามยังคงไอแค่กๆ เพราะสำลักอาหารกลางวันที่พึ่งกระเดือกลงคอไปยังไม่ทันถึงหนึ่งนาที คยองซูที่ทนไม่ไหวในความโสโครกจึงต้องรื้อทิชชู่จากกระเป๋าที่เต็มไปด้วยกล่องสีและกระดาษวาดรูปมาส่งให้


“อี๋ อุบาทว์ว่ะมึงเนี่ย”  คนที่ถือคติว่าขอให้ได้ด่าหน่อยเถอะ ไม่งั้นไม่คุ้มค่าทิชชู่พูดต่อ “ก็เพราะแบบนี้ไง คู่นี้ถึงดังจะตาย กูเชื่อว่า 70% ของคนในมหาลัยเคยได้ยิน”

“ขนาดนั้นเลย?”  ชานยอลยังคงพยายามถามแม้ว่าจะไอไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบรอบ มือเรียวรับกระดาษมาเช็ดหน้าเช็ดตา ดื่มน้ำอึกใหญ่กันตาย แล้วก็ข่มจิตข่มใจถามสิ่งที่ตัวเองไม่อยากจะได้ยินมากที่สุด  “แล้วตำนานรักอะไรนี่เค้าว่าไงวะ”

 

คนตรงหน้าไม่ตอบ มีเพียงแต่ริมฝีปากที่วาดรอยยิ้มส่งให้...

รอยยิ้มเรียบๆ แบบที่ชานยอลลงความเห็นได้อย่างเดียวว่าน่าถีบที่สุด

 

“มึงไม่ต้องมาทำหน้าแบบนี้ได้ป่ะ กูขอร้อง”

“อะไร หน้าอะไร”  

“ก็หน้าแบบ ‘ปาร์คชานยอลมึงนี่ขี้เสือกเรื่องชาวบ้านเหมือนกันนะเนี่ย’ อะไรงี้อ่ะ มึงแม่งนิสัยว่ะ ไม่เห็นใจกูบ้างเลย”

 

คนฟังหัวเราะออกมาลั่นโรงอาหารเมื่อได้ยินคำสารภาพจากใจของเพื่อนรัก โดคยองซูสาบานว่าไม่ได้คิดแบบนั้นจริงจริ๊ง ปาร์คชานยอลต่างหากที่คิดเอง เออเอง แปลเอง แล้วก็บ้าเองอยู่คนเดียว เออนี่เขาว่าเลือกคบเพื่อนแล้วนะ ทำไมถึงมีคนประหลาดแบบนี้ติดเข้ามาในลิสด้วยก็ไม่รู้

 

“นี่กูเห็นใจแล้วไงถึงไม่เล่า ถ้าได้ฟังแล้วจะช้ำ บอกไว้ก่อน”

“มึงอะ เล่ามาเลยยยยยยย อย่ามาโยนระเบิดไว้แบบนี้ดิ”

 

ชานยอลเริ่มดิ้นปัดๆ อยู่บนโต๊ะกินข้าวราวเด็กสามขวบอ้อนขอของเล่น ติดแต่ว่ามันเป็นเด็กโข่ง ภาพที่เห็นจึงไม่น่าอภิรมย์จนคยองซูทนดูไม่ได้ คนที่กะว่าจะเล่นตัวอีกสักสามวันเป็นอย่างต่ำจึงยอมเปิดปากเล่าเพราะอายชาวบ้าน

 

“คืองี้มึง... แบคฮยอนอ่ะดังมาตั้งแต่ตอนเข้ามหาลัยใหม่ๆแล้ว ตัวเล็กๆ หน้าหวานๆ หน้าตาดี เลยมีคนแบบมึงตกหลุมมาตั้งไม่รู้กี่รายแล้ว...”

“อีเหี้ย ถ้ามึงจะเล่าก็เลิกด่ากูว่าหน้าม่อก่อนได้ป่ะ”

 

คยองซูหลุดหัวเราะกึกออกมาอย่างอดไม่ได้ ชานยอลเปลี่ยนโหมดจากอ้อนวอนมาเป็นอ้อนตีนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ แต่ด้วยความเป็นเพื่อนที่ดี คนเล่าก็เล่าต่อโดยที่ไม่โกรธเคืองอะไรพร้อมกับนึกในใจว่าทำไมเดี๋ยวนี้มันฉลาด ตามทันมุกแอบด่าของเขาได้หมดเลยวะ

 

“ก็เพราะคนมาชอบเยอะะะะ ก็เลยเลือกได้เยอะะะะ ไงมึงงงงง”  คนเล่าลากเสียงยาวประกอบอารมณ์ จนแม้แต่วิช่วลเอฟเฟกต์ยังยอมแพ้  “สุดท้ายหลังจากเทียวรับเทียวส่งอยู่ปีกว่า แถมยังประกาศออกไมโครโฟนงานประกวดร้องเพลงว่าจะชอบแต่รุ่นพี่แบคฮยอนคนเดียว คนอื่นไม่สน คิมจองอินก็เลยคาบไปกิน คนอื่นก็แห้วรับประทานกันไป...”

พอเห็นอีกฝ่ายเงียบ คยองซูก็เลยหยุดเล่าเพราะกลัวว่าจะลงรายละเอียดลึกเกินไปจนแทงใจมัน แต่ประโยคต่อมาของชานยอลก็ทำให้เปลี่ยนใจจนอยากฟาดเก้าอี้ใส่แทน

 

“แต่งเองป่ะเนี่ยมึง”

“ไอ้เลว กูไม่เล่าแล้ว”

“ก็มันน้ำเน่านี่หว่า”

“ก็ไม่งั้นเค้าจะเรียกตำนานรักเหรอ มึงนี่ไม่มีสุนทรียจิตเลยว่ะ”  คยองซูจิ๊ปากอย่างขัดใจ และเริ่มรู้สึกว่าบทบาทมันสลับกันยังไงบอกไม่ถูก ไอ้นี่มันเป็นคนรบเร้าให้เขาเล่าไม่ใช่เรอะ  “ที่ได้ยินมาก็ประมาณนี้แหละ มึงจะลองทำบ้างก็ได้นะ แต่คนที่ไม่ทำกิจกรรมอะไรเลยอย่างมึงเนี่ย กูแนะนำว่าซีร็อกซ์ความในใจแปะบอร์ดคณะไปแล้วกัน ฮ่าฮ่า”

 

ชานยอลแทบจะวางแผนฆ่าเพื่อนรักหมกป่า แต่ด้วยเห็นใจในความดีที่มันเคยทำมา คนที่เมตตาเป็นเลิศจึงเพียงแค่เบะปากให้แล้วยักไหล่ทำไม่แคร์ แต่ใจจริงแล้วความมั่นใจข้างในนั้นล้มครืนเหมือนโดนซึนามิถล่ม เส้นกราฟความหวังที่พุ่งขึ้นสูงสุดดิ่งลงจนติดลบ ชานยอลนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด หน้าตาเหมือนหมาหงอยจนเพื่อนรักน้ำใจงามอย่างคยองซูทนไม่ไหว จึงกระซิบบอกอะไรเพิ่มไปอีกสองสามอย่าง

 

“อย่าทำหน้างั้นดิวะ เห็นแล้วหดหู่ จะบอกให้ก็ได้ว่ามึงยังมีสิทธ์นะ”

“หืม... สิทธิ๋อะไรวะ เค้ามีแฟนแล้วนะมึง”

“ก็กูได้ยินมาว่าแบคฮยอนเป็นประเภทคบเผื่อเลือกอ่ะ มึงก็ไม่ได้หน้าตาขี้เหร่อะไร...”  อันที่จริงชานยอลจัดว่าอยู่ในประเภทคนหน้าตาดี แต่คยองซูถือคติด่าเพื่อนเท่านั้นจึงไม่ขอชม “ก็ลองไปหยอดๆดู เค้าอาจจะใจอ่อนก็ได้ว่ะ เลิกกับคิมจองอินแล้วมาคบกับมึงอะไรแบบนี้”

“เห้ยแล้วงี้ถ้าเค้าคบกับกู แล้วมีคนใหม่มา กูไม่ต้องเป็นคิมจองอินคนที่สองเรอะ”  ชานยอลตาโต มองหน้าคยองซูอย่างไม่อยากจะเชื่อ  “ไม่ไหวมั้งแบบนี้”

“มันก็ใช่ ไม่รู้ล่ะ ตัดสินใจเอาเองแล้วกัน”  คยองซูโบกมือเป็นสัญญาณว่าไม่ยุ่งแล้ว ไอ้เรื่องมาก แต่ก็ไม่วายทิ้งทวนไว้ให้ชานยอลได้คิดหนัก  “เป็นชานยอลคนดีไม่ได้คบ กับเป็นคิมจองอินสองแต่ได้คบ มึงก็เลือกเอาแล้วกัน หัวใจมึงนี่ พอใจกับแค่แอบมองหรือเปล่าล่ะ”

 

ได้ยินอย่างนั้น ชานยอลก็ไตร่ตรอง ทบทวนความคิดตัวเองอยู่นานสองนาน ที่คยองซูพูดมันก็ถูก แต่ถ้าจะให้เขาไปแย่งแฟนคนอื่นมันก็กระไร แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งมีคนแย่งแบคฮยอนไปจากเขาบ้างล่ะจะทำยังไง ลองนั่งคิดถึงความเป็นไปได้จนสุดท้ายก็ถึงหลักสัจธรรมว่าไม่ควรยุ่งกับคนที่มีเจ้าของ เพราะเขาเองนั่นแหละที่จะต้องผิดหวัง

เพราะนี่ขนาดยังไม่เริ่ม หลุมรักที่ตกลงไปก็ทำให้เจ็บตัวไม่น้อยแล้ว

 

.

.

 

คนที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะไม่ยุ่ง ไม่สนใจ ไม่แตะต้อง(?) บยอน แบคฮยอน เดินเข้าห้องเรียนวิชาเบสิคคอมพิวเตอร์ในสัปดาห์ต่อมาด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวอย่างหนัก ทันทีที่เห็นคนตัวเล็กนั่งอยู่ที่เดิม ขายาวๆ ก็ทำงานเร็วเท่าสมอง ชานยอลผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่งก่อนจะรวบรวมสติเพื่อเดินไปนั่งอีกทาง

แต่ชีวิตคงจะสบายเกินไป

พระเจ้าเลยส่งบยอน แบคฮยอนขี้สงสัยมาแกล้งเขา

 

“ชานยอล ชานยอลอ่า ทำไมไม่มานั่งด้วยกันล่ะ”

 

ทันทีที่ได้ยิน ตัวเลือกสองข้อก็ผุดขึ้นมาในหัว จะทำเป็นไม่ได้ยินแล้วไม่สนใจ หรือเดินกลับไปนั่งด้วยเหมือนเดิมดี ชานยอลยืนนิ่งเหมือนหุ่นยนต์อยู่สักครู่ กำลังต่อสู้กับหัวใจตัวเองอย่างหนักหน่วง สมองก็สั่งว่าอย่าหันไป แต่สุดท้ายสุภาพบุรุษมารยาทดีอย่างชานยอลก็แพ้ภัยและแพ้ใจตัวเอง หันกลับไปยิ้มแห้งๆ ให้แบคฮยอนแล้วเดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งที่เดิมจนได้

 

“โทษที เมื่อกี้ไม่เห็น”  คนที่เดินมาวางกระเป๋าตอบไปแบบเบสิคสุดๆ  “มานานแล้วเหรอ?”

“ก่อนนายแปปนึง”

“อ้อ”

 

ชานยอลพยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นก็หยิบมือถือขึ้นมากดๆ เพื่อแทนบทสนทนาที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่นัยน์ตากลมก็ไม่วายแอบเหลือบมองคนข้างๆ เป็นระยะๆ ยิ่งเห็นชานยอลก็ยิ่งปวดใจ ทำไม๊ทำไมคนที่เขาแอบชอบต้องมีแฟนแล้วด้วยก็ไม่รู้

ทว่ายิ่งอยากจะละสายตาจากภาพตรงหน้าเท่าไหร่

ชานยอลก็รู้สึกว่าสายตาตัวเองหยุดลงที่เดิมทุกทีไป

แล้วแบบนี้เขาจะตัดใจได้ยังไง(วะ!!)

 

ก่อนที่สติชานยอลจะเตลิดไปมากกว่านี้ อาจารย์ก็เดินเข้าห้องเรียนมาพอดี และด้วยความทึ่คนมันจะโชคร้ายซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อน โชคชะตาก็ไม่เป็นใจคูณสอง เสียงคำสั่งของอาจารย์ที่ได้ยินก็เลยเป็นเสียงคำสั่งประหารชีวิตของเขาดีๆ นั่นล่ะ

 

“วันนี้ครูติดประชุม วันนี้จับคู่ทำรายงานเรื่องแรมแล้วกัน เอาสั้นๆพอ ส่งก่อนเที่ยงที่ตะแกรงหน้าห้องนะ”

 

รายงานคู่...

ชานยอลได้ยินเสียงแผนตีตัวออกห่างของตัวเองพังยับเยินอยู่ในหัว

 

“ไปหอสมุดแล้วกันเนอะ จะได้หาหนังสือมาทำ”

 

แบคฮยอนเอ่ยชวนพลางเก็บของลงในกระเป๋า ชานยอลพยักหน้าก่อนจะหิ้วกระเป๋าตามไป ใจจริงเขาอยากจะเสนอความเห็นให้ไปก๊อปเน็ตมาแปะส่งเป็นอย่างมาก แต่ดูท่าแล้วแบคฮยอนคงไม่เอา คนที่ทำอะไรไม่ได้จึงต้องจำใจเดินเข้าหอสมุดกลางไป

ทันทีที่ได้นั่งมองหน้าคนตรงข้ามชัดๆ  คนที่กำลังอยู่ในระยะทำใจรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่าตัวเองทำใจไม่ได้ แบคฮยอนหยิบหนังสือสองสามเล่มกลับมาวางที่โต๊ะพร้อมกับนั่งลงตรงข้าม นัยน์ตารีเรียวจับจ้องอยู่ที่ตัวอักษรตรงหน้าจนไม่ทันได้สังเกตว่าคนที่มาด้วยก่อกำแพงสร้างโลกส่วนตัวไปได้ไกลถึงอเมริกาแล้ว สายตาเขาไม่เคยละไปไหนได้เลย ชานยอลเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ในห้วงลึก ในหุบเหวที่ห่างจากยอดเขาสักหมื่นลี้และหาทางขึ้นไม่เจอ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไร

 

“ชานยอล เป็นอะไรไป”  แบคฮยอนโน้มตัวมาเพื่อสะกิดชานยอลที่เรียกเท่าไรก็ไม่ได้ยิน คนที่ถูกสะกิดสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะรีบหลบสายตา  “เหม่ออะไร จ้องฉันตาค้างแบบนี้แอบชอบกันหรือไง”

 

แบคฮยอนแซวติดตลก แต่คนฟังน่ะไม่ตลกด้วย ชานยอลอ้าปากค้าง คำที่พูดทุกวันหายไปจากสมองหมด เขาคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าตอนนี้ควรพูดว่าอะไรดี คนที่อึกๆอักๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูกจึงตัดสินใจว่าไม่ต้องตอบแล้วกัน ทั้งที่อีกฝ่ายแค่แซวขำๆ แต่ปฏิกิริยาเจ้ากรรมดันไม่เป็นใจเอาเสียเลย

 

ปั้ก!

 

ชานยอลหันรีหันขวางด้วยความเขินจนปัดขวดน้ำตัวเองตกจากโต๊ะ กลิ้งไกลไปร้อยเมตร พอจะลุกขึ้นไปเก็บก็สะดุดเก้าอี้ล้มโครมจนคนทั้งหอสมุดหันมามองเป็นตาเดียว ลุกขึ้นมาได้เดินไปไม่ไกลก็ชนโต๊ะข้างๆ เข้าอีกอย่างจัง กว่าจะเก็บขวดน้ำกลับมาที่เดิมได้นี่สภาพอย่างสะบักสะบอม แบคฮยอนที่นั่งอมยิ้มรออยู่ที่โต๊ะทำให้ชานยอลรู้ว่าตัวเองถูกล้วงความลับไปเรียบร้อยแล้ว

ชานยอลเพิ่มคอร์สเก็บความรู้สึกลงไปใน to do list ของชีวิตตัวเองทันที

 

“เอ่อ เมื่อคืนเราไม่ค่อยได้นอนก็เลย...”  เสียงทุ้มเอ่ยแก้ตัวไปแบบนั้น ถึงคนพูดจะรู้ดีว่ามันฟังโคตรไม่ขึ้น แต่เอาเถอะ ขอให้ได้แถแล้วกัน  “นั่นแหละ ทำรายงานกันเถอะ”

“โอเคๆ... แต่เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่นนะชานยอล”   ครับ รู้แล้วครับ แต่ผมคิดจริงไปแล้วครับ

 

ชานยอลลอบถอนหายใจ มือเรียวคว้าหนังสือมาอ่านทั้งๆที่สมองไม่ประมวลนั่นล่ะ อยากจะเงยหน้าไปแอบมองปฏิกิริยาคนตรงหน้าใจจะขาด แต่ด้วยความอายที่มีมาแต่กำเนิด ชานยอลจึงทำได้แค่นั่งนับลมหายใจให้ตัวเองไม่หัวใจวายตายด้วยความตื่นเต้นไปซะก่อน

จริงๆแล้วเขาไม่มายด์ถ้าแบคฮยอนจะรู้ ชอบก็ชอบ อายุยี่สิบกว่ากันแล้วไม่ใช่เด็กประถมที่จะต้องมานั่งแอบเพ้อเจ้อเงียบๆ เขินแทบเป็นแทบตายถ้าใครจะรู้ และมันก็ไม่ใช่ความรักเพื่อนแอบรักเพื่อนที่ต้องเก็บไว้พูดออกไปไม่ได้

โอกาสสมหวังยังไงก็คงไม่มี ชานยอลรู้ว่าก็คงเป็นได้แค่นี้จึงทำใจไม่คาดหวังอะไรตั้งแต่แรก เป็นได้แค่เพื่อนร่วมชั้นเรียนเบสิคคอมพิวเตอร์ก็ดีถมไปแล้ว ชีวิตเราแทบจะไม่ได้โคจรมาเจอกันเลยด้วยซ้ำ แถมแบคฮยอนเองก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เขายังจะมีอะไรที่ต้องเสียอีก?

อ้อ ถ้าไม่นับเรื่องที่จะโดนแฟนแบคฮยอนมาต่อยเอา ก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

 

“ชานยอลอ่า ได้ข้อมูลบ้างมั้ย”

“หน้านี้น่าจะใช้ได้นะ พาราเฟสเอาก็ส่งได้แล้ว”  ชานยอลยื่นหนังสือในมือให้ดู แบคฮยอนมองไม่ถนัดจึงโน้มตัวเข้ามาใกล้จนหน้าผากแทบชนกัน ชานยอลตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก กลั้นลมหายใจตัวเองเพื่อเก็บอาการจนเกือบได้ขึ้นรถพยาบาล เมื่อรู้สึกว่านั่งต่อไปไม่ไหวแล้วจึงยัดหนังสือใส่มือแบคฮยอนพร้อมกับยืนขึ้นอย่างลุกลี้ลุกลน

“ดูไปก่อนแล้วกันนะ เดี๋ยวฉันไปหาหนังสือมาเพิ่มอีกนิดหน่อย”

 

ไม่พูดเปล่า คนตัวโตรีบจ้ำอ้าวเข้าไปในช่องระหว่างชั้นหนังสืออย่างรวดเร็ว พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจและอาการปวดหนึบๆที่กำลังกัดกินไปด้วย ชานยอลเดินไปเดินไปมาจนถึงหมวดหนังสือที่ไร้ร้างผู้คน คนที่เหมือนไปวิ่งโอลิมปิคมาจึงพิงแผ่นหลังเข้ากับชั้นหนังสือก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อส่งข้อความบอกคยองซูว่ากลางวันนี้ให้มากินข้าวด้วยกัน หรือแปลได้อีกอย่างว่ามาช่วยฟังปัญหาหัวใจกูด้วยนั่นแหละ

หากแต่ยังไม่ทันได้พิมพ์จบ เสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาก็ขัดสมาธิเขาเสียก่อน ชานยอลเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์แล้วพบว่าคนที่เดินตามเขาเข้ามาคือบยอน แบคฮยอน

 

“ขอโทษทีๆ เดี๋ยวฉันตามออกไป”  คนที่คิดว่าอีกฝ่ายมาตามรีบขอโทษขอโพย นี่ก็สิบโมงแล้วยังไม่ได้เริ่มพิมพ์อะไรสักอย่าง  “ใกล้จะเจอหนังสือแล้วล่ะ”

 

ชานยอลตอบไปแบบนั้นเพื่อขอพื้นที่กับแบคฮยอน ขอพื้นที่ที่จะสามารถเคลียร์สมองให้โล่งก่อนจะกลับไปเจอความรู้สึกแบบนั้นอีกครั้ง ชานยอลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองมายืนอยู่ในหนังสือหมวดภาษาฝรั่งเศส ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ และไม่รู้ด้วยว่าที่แบคฮยอนเดินมาถึงที่นี่ ไม่ใช่มาเพื่อตาม หากแต่เป็น...

 

“นายชอบฉันจริงๆ เหรอเนี่ย”   

"......"

"......" 

“ใช่...”   คนถูกถามตอบไปตามความจริง ถึงจุดจุดนี้แล้วไม่รู้ว่าจะปิดไปทำไม เพราะก่อนหน้านั้น ปฏิกิริยาของเขามันชัดเจนเสียยิ่งกว่าเขียนป้ายห้อยคอเสียอีก  “แต่ฉันรู้ว่านายมีแฟนแล้ว ลืมๆ มันไปเถอะ ต่อจากนี้ไปฉันจะไม่คิดอะไร ส่วนนายก็ไม่ต้องคิดอะไร เราก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกันไปตามปกตินั่นแหละ”

 

แวววูบไหวในดวงตาของแบคฮยอนทำให้หัวใจของเขาเต้นระส่ำโดยไม่มีสาเหตุ

ชานยอลยืนนิ่งราวกับถูกตรึงด้วยดวงตาคู่นั้น ดวงตาที่ชานยอลรู้สึกว่ามันเขยิบเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใกล้จนเขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเองปรากฏอยู่ในนั้น

ใกล้... เสียจนลมหายใจแทบจะเป็นหนึ่งเดียวกัน

ใกล้... เสียจนสัมผัสได้ถึงปลายจมูกรั้นที่วนเวียนอยู่แถวปลายคาง

ใกล้... เสียจนเสียงหัวใจดังสะท้อนเข้ามาในโสตประสาท

ใกล้... เสียจนรับรู้ได้ว่าริมฝีปากของคนตรงหน้าเป็นรสบลูเบอรี่ รสเดียวกับลูกอมที่เจ้าตัวพึ่งนั่งกินเมื่อครู่

 

เมื่อสัมผัสอ่อนหวานตรงหน้าจืดจางห่างออกไป ชานยอลรับรู้ได้โดยสัญชาติญาณว่าเขากำลังโดนปั่นหัวเข้าอย่างจัง

 

 

To be continued





เรื่องนี้ห้าตอนจบค่ะ เอาจริงๆบวกรวมห้าตอนอาจจะยาวเท่ากับชอทฟิกชาวบ้านตอนเดียวก็ได้ 55555 แต่เขียนตอนนึงยาวๆไม่เป็นจริงๆค่ะ ขอประมาณนี้แล้วกันเนาะ


ช่วงนี้ภาระชีวิตสาหัสมาก ไม่รู้จะได้มาต่อเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าใครรออยู่เจอกันตอนหน้าค่ะ และขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นนะคะ :)


 

Comment

Comment:

Tweet

บยอนแบคแรงขนาด....เป็นสาวเป็นนาง(?)ไปจูบเขาก่อนได้ไง (หืม?)
ชานเอ๋อ เอ๋อสมชื่อเลยตอนถูกจับได้ ฮ่าๆๆๆๆ น่ารัก
ตอนต่อไปมาด่วน แบคฮยอนเธอทำแบบนี้ต้องการอะไรจากปาร์คคคค XD

#4 By chaos (103.7.57.18|124.121.47.52) on 2012-07-18 02:43

ทำไมบยอนแบคแรดขนาดเน้!!! กรี๊ดดด
ขี้อ่อยที่สุดดดดดด
ปาร์คชานยอลคิดไปไหนร๊าวววว...
แบคฮยอนจริงจังไหม ถ้าไม่จริงจังนูน่าขอ ก๊ากก
นูน่าอยากได้คนบ้าเป็นแฟนนน ฮ่าๆๆๆ
จุดธูปอัญเชิญเซฮุนนี่มาพรากจงอินไปจากแบคฮยอนบัดเดี๋ยวนี้!
แบคฮยอนจะอ่อยปรี้ชาญยรณ์ >w<

#3 By nos♥ on 2012-07-18 00:29

โดคยองซู เพื่อนที่ดี เล่าแต่ละเรื่องสร้างกำลังใจให้เพื่อนได้อย่างเต็มเปี่ยม ฮ่าฮ่า
แต่จะว่าคยองซูก็คงไม่ถูก ในเมื่อชานยอลดิ้นรนอยากจะรู้เอง คยองซูไม่ผิดนะ หึหึ
ไม่รู้จะสงสารหรืออนาถใจกับชานยอล ณ จุดนี้ โธ่ๆ จะอกหักตั้งกะยังไม่ได้เริ่มเล้ย
แถมยังโดนทิ้งระเบิดโครมใหญ่ด้วยคำพูดนิ่มๆของโดคยองซูที่น่ารักอีกต่างหาก...
จริงๆเลือกค่อยข้างยาก ว่าจะเป็นคนดีที่ไม่ได้อะไร หรือจะเป็นคนที่มีความเสี่ยงว่าจะถูกทิ้งในอนาคต
...อื้อหือ...น่าสะเทือนใจพอๆกัน กัดลิ้นตายได้ง่ายๆทีเดียว
อย่างไรก็ตาม น้องแบคคนดีของพี่...
ไม่แน่ใจในความอัธยาศัยดี หรือกำลังปั่นหัวชานยอลเล่นอยู่กันแน่อีหนูเอ้ย
เล่นถามโต้งๆแบบนั้น...ผู้ชายถึงกับหัวคว่ำคะมำหงายเลยทีเดียว...โธ่ๆ หมดหล่อฟุดๆ
และอีหนูของพี่...ทำไมจูบผู้ชายก่อนล่ะลูก!!!!!
แพมควรรีบมาต่อเพื่อ เพราะเรากำลังรู้สึกเหมือนค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ฮื่อ

#2 By mno9* on 2012-07-13 22:37

แบคฮยอนแรงงงง ไปจูบชานฮยอนซะแล้ว

แล้วชานยอลจะทำยังไงล่ะเนี้ย

อยากอ่านตอนต่อไปแล้วค่ะ จะรอนะคะ

big smile big smile big smile

#1 By :: T-Kanon:: on 2012-07-09 21:16