[Fic] Somewhere only we know Pt.5

posted on 04 Dec 2009 20:23 by pam-a-rod in Somewhere-only-we-know

Somewhere only we know

-05-

 

ผ่านมาสองวัน.. แต่ทงเฮกลับรู้สึกว่ายาวนานราวกับสองปี


หลังจากที่ทะเลาะกับคิบอมไปใหญ่โตวันนั้น..เจ้าตัวก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย คนที่รับผิดชอบเอาข้าวเอาน้ำมาให้กินคือซีวอน แต่ก็เพียงแค่เอาจานข้าวมาวางไว้แล้วก็เดินออกไป ทงเฮไม่คิดจะชวนคุยหรือซักถามอะไรให้มากเรื่อง เช่นเดียวกับซีวอนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากสนทนากับเขาเช่นกัน

การอยู่คนเดียวเงียบๆก็มีผลดีอยู่บ้าง มันทำให้เขามีสมาธิมากพอที่จะคิดหาทางออกจากบ้านหลังนี้ คิดหาทางหนีจากการถูกจับเป็นตัวประกัน ถูกกักขังราวกับนักโทษ


“ทำยังไงดีน้า.. แต่ถ้าโดนพวกนั้นจับได้คราวนี้โดนหนักกว่าตบแน่ๆ”


คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงพึมพำกับตัวเองอย่างท้อใจ ตอนนี้สองมือเป็นอิสระแล้วเพราะไม่มีใครอยากมาแกะเชือกและมัดใหม่ให้เขาทุกครั้งเวลากินข้าว และทงเฮก็ฉลาดพอที่จะทำตัวว่านอนสอนง่ายให้ผู้ร้ายตายใจ เลิกดื้อเลิกพยศและกลับมาเป็นคนใจเย็นเหมือนเดิมอีกครั้ง

ตอนนี้เขามีอิสระที่จะเดินไปไหนมาไหนได้ แต่ก็แค่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี่.. พวกนั้นเปลี่ยนจากการมัดมือเขาเป็นล็อกแม่กุญแจจากด้านนอกประตูแทน นานๆทีถึงจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูว่าเป็นยังไงบ้าง จากที่กะคร่าวๆในใจก็ทุกสามหรือสี่ชั่วโมง นั่นก็เท่ากับเวลาที่เขาจะใช้หนีได้

ต้องคิด.. ต้องคิดให้ออกว่าจะไปจากที่นี่ได้ยังไง

แผนการทุกอย่างต้องมีช่องโหว่ ไม่มีใครที่จะสามารถวางแผนได้รัดกุมร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก

ทงเฮคิดแบบนั้น.. เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เขามีความหวังขึ้นมาบ้าง


.
.

 

“เป็นไงบ้างวะคยูฮยอน”

“เท่าที่เช็คดู ยังไม่มีข่าวอะไรเลย.. สงสัยพ่อคิดว่าลูกชายหนีไปเที่ยวล่ะมั้ง”

“ก็ไม่แปลก เพราะก่อนจะพามา สองคนนี้ทะเลาะกันยกใหญ่”


คิบอมตอบพลางกัดขนมปังปิ้งเข้าปากไปด้วย มือเรียวผลักแก้วกาแฟให้เขยิบไปก่อนจะกางหนังสือพิมพ์ของเมื่อสามวันก่อนอ่านซ้ำอีกครั้ง หากยังไม่ทันได้กวาดสายตา.. คิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกได้ถึงดวงตาสองคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่


“อะไร?”

“แล้วมึงจับมาทำไมวะเนี่ย ไม่ได้เงินขึ้นมานี่ซวยเลยนะ” คยูฮยอนถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนอยากจะตายตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าเรื่องกลับตาลปัตรแล้วไม่ได้เงินสักแดง งานเข้าแน่ๆ

“แล้วคืนนั้นใครมันโทรมาเร่งกูยิกๆวะ”

“ก็ตำรวจมันจะตามเจอแล้วนี่หว่า ไม่รีบเผ่นได้เข้าซังเตกันพอดี กูซัดทอดนะขอบอก”


คิบอมหัวเราะ ยกกาแฟชนิดหวานบาดคอขึ้นมาจิบก่อนจะตอบกลับไปให้เพื่อนๆวางใจ เป็นการคาดเดาที่ตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นไหม แต่เท่าที่สังเกตการณ์มาร่วมสองอาทิตย์ก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด


“กูว่าจ่าย ช้าเร็วขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะวุ่นวายตอนไหน”

“ยังไงวะ” ซีวอนกับคยูฮยอนถามขึ้นมาพร้อมกัน คิบอมจึงออกปากอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด

“ก็คนพ่อนั่นวันๆก็ทำแต่งานการเมือง ไปเลี้ยงสังสรรค์ งานของบริษัทที่ทำกำไรเป็นล้านๆนั่นทงเฮเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ขาดประธานบริษัทไปทั้งคนบริษัทก็ต้องเป็นอัมพาตสักสามสี่วัน คงจะเสียกำไรไปหลายล้านให้เดือดร้อนกันไปหมดนั่นล่ะ”

“กูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“โอ๊ย.. ก็ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาไงล่ะวะ พอทงเฮไม่อยู่นั่นแหละถึงจะรู้ค่าว่าสำคัญแค่ไหน กูมั่นใจว่าเค้าต้องจ่ายเงินเพื่อพากลับไป เค้าได้ลูก เราได้เงิน win-win”


คยูฮยอนกับซีวอนพยักหน้า ริ้วรอยของความไม่แน่ใจเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนที่เป็นนักวางแผนประจำกลุ่มอย่างซีวอนก็ยังไม่ค่อยวางใจ กลัวว่าจะมีอะไรมาทำให้แผนการอันสมบูรณ์แบบของเขาล้มไม่เป็นท่า ความไม่แน่นอนเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่การย้ายบ้านไปนอนในคุกได้


“แล้วถ้าไม่ได้เงินล่ะ?”

“ก็แผนเดิม ปลอมตัว ปลอมพาสปอร์ตกับวีซ่า เผ่นไปแถบบ้านนอกของอเมริกา กินเงินเก่าหรือจะเอาไปฟอกแล้วทำธุรกิจปลูกข้าวโพดก็ได้นะ กูไม่เกี่ยง”

“ลำบากกูนั่งปลอมเอกสารอีกสิมึง เลิกคิดไปเลยอาชีพชาวไร่เนี่ย” คยูฮยอนขัดขึ้นมาให้คิบอมต้องหัวเราะดังๆอีกครั้ง พร้อมกับเสริมต่อ “ไปพเนจรอยู่แถวๆเวกัสดีกว่า เงินปั้นเงิน เห็นผลกันจะๆ”

“เงินปั้นบ่อนละสิไม่ว่า ถ้าเล่นแล้วไม่เสียป่านนี้ก็รวยกันทั้งโลกแล้ว”


ซีวอนด่าผีพนันก่อนจะหยิบนิตยสารแม็กซิมที่คิบอมรีเควสให้ซื้อมาเขวี้ยงใส่เป็นของแถม หน้าปกผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยยวนตาเรียกความสนใจให้คยูฮยอนหยิบขึ้นมาเปิดอ่านแบบไม่ต้องคิด บทสนทนาของเช้านี้จึงจบลงพร้อมกับต่างคนต่างแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง

พ่อไอทีของกลุ่มต้องไปนั่งหง่าวเช็คข่าวหน้าคอมต่ออย่างที่ทำมาทุกวัน ส่วนซีวอนต้องนั่งศึกษาแผนที่และระยะทางจากสถานที่แลกเปลี่ยนตัวประกันไปยังที่กบดานเพื่อรอจะเผ่นออกนอกประเทศ เหลือแต่คิบอมที่ยังว่าง.. เพราะหน้าที่ของเขาคือใช้กำลังอย่างเดียวล้วนๆ

คนที่ไม่มีอะไรจะทำเพราะไม่รู้จะทำอะไรจึงเดินขึ้นไปชั้นบน ปลดล็อกแม่กุญแจตัวใหญ่ที่คล้องอยู่ตรงประตูก่อนจะเปิดผางเข้าไป และภาพที่เห็นก็ทำให้ความใจเย็นละลายหายไปหมด


“คิดจะทำอะไรน่ะ!!”


ทงเฮกำลังนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างที่กำลังเปิดโล่ง เตรียมจะส่งตัวเองลงไปข้างล่างอยู่แล้วถ้าคิบอมไม่เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งรีบก้าวเร็วๆพร้อมกับยื่นมือไปเพื่อจะจับตัว แต่ทงเฮก็ขู่ไว้ด้วยเสียงดังลั่น


“ถ้านายก้าวเข้ามาอีกก้าว ฉันจะโดด”

“กล้าเหรอไง”

“อย่าท้านะ”


คิบอมไม่คิดว่าทงเฮจะกล้าทำ ในสายตาของเขาอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่คุณหนูใจแข็งก็เท่านั้น แล้วก็อยากจะรู้นักว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้งัดหน้าต่างจนเปิดออกแล้วจะกระโดดหนีอย่างนี้ คิบอมเหยียดยิ้มน้อยๆก่อนจะสาวเท้าเดินหน้าไม่สนใจ


“ฉันโดดจริงๆนะ”

“เอาสิ”


แล้วทงเฮก็ตัดสินใจทำสิ่งที่คิบอมคาดไม่ถึง..

ร่างทั้งร่างหล่นตุบจากหน้าต่างชั้นสองลงไปที่สนามหลังบ้านซึ่งมีผ้าปูที่นอนกองใหญ่พร้อมกับหมอนนุ่มๆและผ้าห่มรองอยู่ นัยน์ตาคมตวัดไปมองบนเตียงแล้วก็ต้องกัดฟันเพื่อข่มความโกรธไว้สุดใจ ก็ว่าทำไมเขาถึงไม่สังเกตเห็นตั้งแต่แรก ไอ้ที่ตะโกนบอกว่าอย่าเข้ามานั่นมันเป็นการเรียกความสนใจดีๆนี่เอง

มันน่านัก..

คิบอมรีบวิ่งลงไปข้างล่างด้วยความเร็วที่คยูฮยอนและซีวอนไม่ทันถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาสามคนไม่ได้สังเกตเลยว่าทงเฮโยนผ้ากองใหญ่ลงมาตอนไหน แต่ตอนนี้.. ที่สำคัญคือต้องจับตัวกลับมาให้ได้ก่อนเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต

มือเรียวผลักประตูหลังบ้านจนกระทบกับกำแพงดังปัง กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายกำลังหายเข้าไปในป่า คนที่เป็นทั้งนักกีฬาและอยู่ในกองฝึกเก่าจึงรีบวิ่งตามไปไม่ปล่อยให้คลาดสายตา เห็นท่าวิ่งที่ใช้มือข้างหนึ่งพยุงแขนคิบอมก็พอจะเดาได้แล้วว่าต้องเจ็บตัวที่ไหนสักที่แน่ๆ


“ลีทงเฮ..”


ร่างสูงตะโกนดังลั่นก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก ทงเฮเองก็วิ่งชนิดที่ว่าลืมเจ็บลืมเหนื่อย แรงกระตุ้นที่ดีที่สุดคือความคิดที่บอกตัวเองว่าต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ยอมไปตายข้างนอกดีกว่าที่จะให้เงินของพ่อทำให้ตัวเองรอดชีวิต ยอมหนีไปให้ไกลดีกว่าที่จะให้คิบอมสมหวังกับเงินก้อนนั้น

แต่ทงเฮคงทำบุญมาน้อยเกินกว่าจะได้สมหวังกับสิ่งที่ตัวเองปรารถนา

ร่างเล็กถูกโถมทับด้วยคนที่กวดฝีเท้าวิ่งตามมา คิบอมจับคนตรงหน้าไว้มั่นด้วยลมหายใจหอบเหนื่อย


“ปล่อยฉัน!!”

“ประสาทรึเปล่า รู้มั้ยว่าต้องเสียแรงขนาดไหนกว่าจะได้ตัวมา”

“ขอร้องล่ะ.. ปล่อยฉันไปเถอะ”


เสียงสั่นๆกับความอ่อนแอที่กลั่นกลบเต็มขอบตาทำให้คิบอมชาไปทั้งร่างเหมือนโดนชกเข้าเต็มหมัด คนที่ไม่รู้จะทำยังไงจึงค่อยๆรั้งศีรษะนั้นให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกอดอีกฝ่ายไว้แนบอก ลูบเรือนผมนุ่มเบาๆให้อีกคนวางใจ

คิบอมที่อ่อนโยนขึ้นทำให้ทงเฮเลิกพยศ กำลังจะวางใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่คนเลวอะไรถ้าไม่ได้ยินเสียงเข้มที่กำลังกระซิบอยู่ข้างหูเสียก่อน


“ผมปล่อยคุณไปไม่ได้หรอก.. ขอโทษด้วย”


ทงเฮผลักอีกฝ่ายออกเต็มแรงก่อนจะพยายามลุกขึ้นหนีอีกครั้ง แต่คิบอมก็ไวพอที่จะคว้าแขนข้างที่เจ็บไว้แล้วบิดจนคนเจ็บต้องร้องลั่น สองขาที่กำลังจะก้าวทรุดลงแนบกับพื้น นัยน์ตารีเรียวคู่นั้นตวัดกลับมาแทนความแค้นเคืองทั้งหมดที่กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่คนมองก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าต้นไม้ใบหญ้ารอบทาง

ยังไงหน้าที่ของเขาก็สำคัญกว่า

ยังไงคิบอมก็ทรยศเพื่อนสนิทตัวเองสองคนเพื่อคนๆนี้ไม่ได้จริงๆ


.
.


“คงจะเคล็ดตอนที่ตกลงมาน่ะ”


คุณหมอจำเป็นอย่างซีวอนสรุปมาว่าแบบนั้น มองท่อนแขนขาวที่เริ่มเขียวช้ำอย่างท้อใจก่อนจะหยิบหลอดยามาทาให้ พันผ้าไว้ตามที่เคยได้เรียนมาเล็กน้อยจากมหาวิทยาลัย จากนั้นก็เดินไปหาพวกยาแก้อักเสบมาประเคนคุณหนูเจ้าปัญหาอีกระลอก


“พวกผมไม่ได้อยากให้คุณตาย เลิกสร้างปัญหาสักทีจะได้มั้ย”


คยูฮยอนที่กำลังโมโหกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียจนกระฉอก ได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมาแล้วว่านอกจากจะปากจัดแล้ว ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน แถมยังมาคิดจะหนีอีกนี่ก็เหลือทน ถึงเขาจะยังไม่เคยไปรับมือแต่โดนแบบนี้ก็ปวดหัวไม่น้อยเหมือนกัน เพราะถ้าหนีรอดออกไปได้ คยูฮยอนคนนี้นี่แหละที่จะงานเข้าที่สุด


“ก็ใจเย็นดิวะมึงนี่”

“จะเย็นไม่ลงแล้วเนี่ย กูจะประสาทอยู่แล้ว ข่าวก็ไม่ออกมาสักที แถมเมื่อกี้ถ้าไอ้คิบอมไปจับตัวกลับมาไม่ทัน มีหวังได้เก็บข้าวของไปนอนกินข้าวแดงแน่มึง”

“แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่หรือไง” ซีวอนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบพ่อคอมพิวเตอร์ที่กำลังควันขึ้นด้วยความโมโห “เออน่า.. เดี๋ยวกูจัดการเอง ไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกไป”


ซีวอนรุนหลังระเบิดลูกย่อมๆให้ออกไปด้านนอก พอเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็กลับมานั่งข้างคิบอมที่กำลังเปิดทีวีดูไม่สนใจ เอื้อมมือไปหยิบยาหลอดยื่นให้ทงเฮพร้อมทำสายตาดุๆว่าให้รับไป อย่าเถียงมาก


“เดี๋ยวไว้ผมจะลองกูเกิ้ลดูอีกทีว่าต้องปฐมพยาบาลอะไรเพิ่มรึเปล่า แต่คงพาไปโรงพยาบาลไม่ได้ ขอโทษด้วย”


ซีวอนพูดก่อนจะหันไปสนใจกับทีวีเป็นเพื่อนคิบอม ทงเฮพบว่าผู้ชายกลุ่มนี้ก็สุภาพเป็นและไม่ได้ป่าเถื่อนอะไรมากนัก อาจจะยกเว้นก็แต่คนที่โมโหเดินออกไปเมื่อครู่ แล้วทำไม.. คนที่มีทั้งหน้าตาและความสามารถเป็นทุนทรัพย์อย่างสามคนนี้ ถึงได้มาประกอบอาชีพอะไรที่....เกินกว่าที่คนปกติเขาจะทำกัน

นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสองคนที่กำลังนั่งดูทีวีที่ไม่หยุดอยู่ที่ช่องใดช่องหนึ่งอย่างครุ่นคิด จะงัดเอาเหตุผลหมื่นแปดพันล้านที่ไหนมาก็ไม่เข้าเค้า เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้จักคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีก็โดนจับมาแล้วต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และจากเหตุการณ์เมื่อครู่.. ทงเฮก็พอจะเดาได้ว่าคงได้ใช้เวลาอยู่กับพวกนี้มากกว่าเดิม เพราะคิบอมคงไม่ปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปไหน

ก็แน่ล่ะ.. ลีทงเฮมีค่าตั้งหลายล้านวอน

มีค่า.. ก็แค่นั้น


“เฮ้ยๆๆๆ”


เสียงตื่นตกใจของซีวอนทำให้ทุกคนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความคิดของตัวเอง คนที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดแย่งรีโมทมาจากมือคิบอมที่คอยแต่จะเปลี่ยนช่องไปมาไม่หยุดนิ่ง มือเรียวกดไล่กลับไปยังช่องเดิมที่พึ่งผ่านมา รายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนเฝ้ารอกำลังฉายชัดอยู่บนจอทีวี

ทงเฮเห็นหน้าตัวเองกำลังเผยแพร่ออกอากาศไปทั่วประเทศ


“คยูฮยอน!!”


ซีวอนตะโกนเรียกสมาชิกอีกคนนึงเสียงดังลั่น จากนั้นก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อยภายในบ้าน เพราะถ้าเมื่อไรที่เห็นข่าว ก็แปลว่างานของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แปดสิบเปอร์เซนต์คือการอยากได้ตัวบุคคลคืนมากกว่าตลบหลังด้วยแผน และตอนนี้พวกเขาก็กำลังเชื่อในแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ว่า


“รอกูร่ายมนตร์แปปนึง รับรองว่าตำรวจตามรอยสัญญาณนี่ไม่เจอ”


คยูฮยอนหยิบโน้ตบุคสองตัวขึ้นมาตั้งตรงหน้า กดคีย์บอร์ดดังแก๊กๆพร้อมกับซีวอนที่เดินดูกระดาษในมือไปมาราวกับหนูติดจั่น ทงเฮไม่รู้หรอกว่าคนพวกนี้กำลังคิดจะทำอะไร ตอนนี้เขาเหนื่อยและง่วงจากฤทธิ์ยาเกินกว่าจะออกปากถาม จึงได้แต่นั่งอยู่ข้างๆคิบอมบนโซฟาอย่างว่าง่าย

จนกระทั่งเผลอหลับไป..


.
.

 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงกลางคืนให้คนที่กำลังงัวเงียต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจนได้ คิ้วเข้มที่พาดระหว่างรอยยับบนหน้าผากขมวดเข้าเป็นปมด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ก็ดับไปซะก่อน แต่ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใครที่โทรมาดึกดื่นขนาดนี้ จึงตัดสินใจหยิบขึ้นมาเปิดระบบฝากข้อความฟังดู

เสียงของผู้พูดเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะถูกดัดแปลงด้วยโปรแกรมให้เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงขึ้นๆลงๆจับเนื้อเสียงไม่ได้แน่นอน.. หากคำพูดที่ส่งมากลับชัดแจ้งทุกถ้อยคำ


“ตอนนี้ลีทงเฮอยู่กับฉัน ถ้าอยากเจอหน้าลูกชายอีกครั้ง โอนเงิน 60 ล้านวอนเข้าบัญชี 220814100359 ภายในเที่ยงคืนของวันที่ 25”

จากนั้น กรมตำรวจก็ถึงขั้นโกลาหลเมื่อนักการเมืองชื่อดังวิ่งโร่เข้าแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมกลางดึก ข้อความนั้นถูกเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลที่มีทั้งหมดในตอนนี้คือเลขบัญชีที่ไม่สามารถแกะรอยได้ แต่ข้อมูลของคนร้าย... มีมากจนน่าตกใจ


“คิดว่านี่น่าจะเป็นแก๊งเดิมที่เคยก่อคดีมาแล้วสองครั้ง” แฟ้มที่เก็บข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ถูกพลิกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเจอกับข่าวที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ออสเตรเลียและเซี่ยงไฮ้ “ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยตัดเก็บไว้ โจรเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้เคยเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน นานๆถึงจะลงมือ แต่สำเร็จทุกครั้งไม่เคยมีข้อผิดพลาด ไม่เคยตามตัวได้เจอ”

“ถ้าไม่จ่ายเงิน จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวประกัน?”

“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับท่าน เพราะทุกคนที่ผ่านมายอมจ่ายหมด”

“แล้วถ้าฉันไม่?”

“ผมคิดว่า.. ท่านคงต้องเสียลูกชายไป ถ้าจะยอมเสียเงินกับการจ้างมือดีมาตามตัว เสียเงินเพื่อซื้อชีวิตลูกชายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?” ความเห็นของตำรวจคนนี้ทำให้คนที่กำลังลังเลชะงักกึก ภายในห้องที่มีคนอยู่หลายคนกลับเงียบจนได้ยินแต่เสียงลมหายใจ “ลองไปคิดดูแล้วกันนะครับ”

 


To be continued




ช้า สั้น ออกทะเล ตามระเบียบ ฮ่าๆๆๆๆๆ

เจอกันตอนหน้า
Happy Holiday ค่ะทุกท่าน XD

Comment

Comment:

Tweet

คิดถึงน้องแพทจัง คิดถึงซัมแวร์ด้วยย T3T

#12 By som2aiba (171.98.127.192) on 2011-10-29 11:54

พ่อด๊องเหมือนจะไม่จ่ายให้อ่ะ ใจร้าย

ด๊องจะหนีจากโจร3หล่อคงยาก

แต่ละคนตัวโตกว่าทั้งนั้น

#11 By ple_129 (58.8.170.128) on 2010-04-22 20:24


ปล่อยตัวทงเฮเดวนี้นะ !! !




.
.


.

แล้วจับตัวชั้นไปแทน ~
5555 5



ชอบจริงๆ
หล่อๆเถื่อนๆเนี่ย .
open-mounthed smile

#10 By OHA3 (58.9.123.219) on 2010-03-01 16:09

ตกลงพ่อรักทงเฮไหมเนี่ยยยยยยยยยยยยยยย

#9 By 129 (118.173.103.131) on 2010-02-22 19:55

สนุกมากคะ ตื่นเต้น หมวยจะหนีได้แล้วเชียว

#8 By แตงโม (203.144.130.176) on 2010-01-06 12:52

ทงเฮใจเด็ดมาก เสียแค่ว่าบอมมันขายาวกว่า เหอๆ

ว่าแต่คุณพ่อ.... เสียดายเงินขนาดนั้นเลยเหรอคะ?
ปกติก้อไม่ได้เป็นคนหาเองอยู่แล้ว ยังจะ...

แก๊งค์เรียกค่าไถ่สามคนนี่ เถื่อนใช้ได้เลยค่ะ
ขัดกับหน้าตามากๆ ฮ่าๆๆ ไม่รู้จะเลือกใครดี
เพราะดูเหมือนจะแย่พอกัน โอ๊ะ กระโดดหลบเท้า ^^

มาช้าไม่เป็นไรค่ะ แค่มาให้ชื่นใจบ้างก้อพอแล้ว
เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#7 By Natty (180.183.208.192) on 2009-12-22 21:41

คุณพ่อแอบงกเกินไปป่ะเนี่ย
เหมือนไม่อยากจะจ่ายเหอะ
มันเพราะอะไรกันน๊า??

เม้นสั้น เพราะพี่แอบอู้อ่าน 555

#6 By kokoro on 2009-12-12 16:38

พ่อหมวยนี่ยังไงกัน ห๊ะ!!
จะไม่ยอมจ่ายเงิน ฮึ!! tongue
น่าสงสารหมวยจริงๆที่มีพ่อแบบนี้

แล้วตอนที่หนีแล้วโดนคิมคิจับได้อ่ะ
ไอ่เราก็ลุ้นแทบตายว่าคิมคิมันจะทำอะไรโหดๆกะหมวยรึป่าว??
แต่ปรากฏว่าไม่..ก็ดีแล้วหล่ะ
แค่นี้หมวยก็น่าสงสารจะแย่อยู่แล้ว

#5 By mhoomin (58.9.99.133) on 2009-12-07 00:58

เฮ้ย พ่อทงเฮอะไรอ่ะ จ่ายเงินเพื่อลูก ไม่ได้ ??


คิบอม พาทงเฮหนีไปเลย พาป๊ายย ย ยย

หมั่นไส้พ่อ ชิชะ

แอบสงสัยเหมือนทงเฮ หน้าตาดี ความรู้กก็ดี แถมเก่งอีก ทำไมมาทำงานแบบนี้ sad smile

#4 By ninanani : DH on 2009-12-05 16:49

"กูซักทอดนะขอบอก" ไม่ค่อยเป็นคนดีเล้ยคยู
ทงเฮใจเด็ดมั่ก เสียดายหนีไม่รอด

อ่านแล้วน้อยใจแทนทงเฮอ่า
ทำไมพ่อทงเฮพูดแบบนี้น่ะ
แย่จิงๆ

ติดตามน้า

#3 By (58.64.96.25) on 2009-12-05 16:49

"......กูซัดทอดนะขอบอก" คยูแอบเลว - -"

ทงเฮอีกนิดเดียวจะหนีได้แล้ว น่าเสียดาย
แต่ก็ดีที่คิบอมเข้าไปเจอทัน ไม่งั้นคิเฮเค้าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฮิฮิ

เหมือนพ่อทงเฮลังเลที่จะเอาเงินแลกตัวทงเฮเลยอ่ะ
เป็นพ่อภาษาอะไรฮะ !!

#2 By goygoy on 2009-12-04 22:24

เอ๊า ทำไมพ่อทงเฮถึงทำเหมือนจะไม่จ่ายเงินซะอย่างนั้นล่ะ

ถ้าไม่จ่าย หนุ่มหล่อสามคนนั้น จะทำยังไงกับทงเฮ~

ตัวเล็กใจเด็ดน่าดู โดดเฉยเลย
คยูกี้ ขี้โมโหมากเลยอ่ะ - -'
ซีวอน ยังคงเป็นสุภาพบุรุษ แม้ว่าตอนนี้จะพ่วงตำแหน่งโจร!
คิมคิบอม .. มีหน้าที่ใช้กำลังอย่างเดียว 5555

#1 By ~sand~ on 2009-12-04 21:12