[Fic] Somewhere only we know Pt.3

posted on 28 Sep 2009 17:55 by pam-a-rod in Somewhere-only-we-know

Somewhere only we know

-03-

 


เพราะไม่เคยปล่อยให้ใครเข้ามามีพื้นที่ในชีวิต ทงเฮจึงคร่ำเคร่งกับการรักษาระยะห่างกับผู้คนรอบข้างมากเป็นพิเศษ ไม่ค่อยสุงสิงพูดคุยจุกจิกกับใคร และไม่เคยหาเหตุผลให้กับตัวเองได้ว่าจะต้องสนิทกับคนอื่นไปเพื่ออะไร

รู้จักคนมากปัญหาก็มาก
อยู่คนเดียวสบายใจกว่าเป็นไหนๆ

แต่บอดี้การ์ดคนนี้กลับทำให้เหตุผลของทงเฮมีรอยร้าว การสนใจเอาใจใส่ที่มีให้ทุกวันเป็นเหมือนค้อนด้ามหนักที่ทุบลงมาให้ความหนักแน่นนั้นแตกละเอียด เพราะไม่ได้รังเกียจอะไรและแถมยังรู้สึกดีที่มีคนคอยดูแล จนยอมปล่อยให้มีพื้นที่เล็กๆตรงมุมหัวใจ.. ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งอย่างเงียบๆ

ยอมฝืนความกลัวของตัวเองเป็นครั้งแรก..
เสี่ยงโดยที่ไม่กล้าคาดเดาแม้แต่ผลลัพธ์


“คุณทงเฮ ได้เวลากลับบ้านแล้วนะครับ”


คิบอมที่จับจองพื้นที่ด้านนอกของห้องเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่มีการเคาะสักแอะ ขาเรียวยาวพาเจ้าของที่รูปร่างสูงโปร่งสมส่วนเข้ามาใกล้ ก่อนเจ้าตัวจะเอื้อมมือมาคว้าแฟ้มงานที่วางอยู่ตรงหน้าเขาโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี


“อะไรของนายเนี่ย?”

“ไม่ต้องมาอะรงอะไร นี่มันจะห้าทุ่มอยู่แล้วนะครับ”

“อยากกลับก็กลับไปก่อนสิ ฉันยังทำงานไม่เสร็จ”


ทงเฮยังดื้อแพ่งเถียงกลับแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นัยน์ตารีเรียวตวัดค้อนก่อนจะหยิบแฟ้มอื่นขึ้นมาแทนที่เป็นการประชดกันซึ่งๆหน้า สงครามเย็นที่ต่อสู้กันได้ทุกวี่ทุกวันทำเอาคิบอมชักเหนื่อยใจ ทนไม่ไหวมากเข้าก็เหลือวิธีเดียวให้ใช้


“เฮ้ยยย!!”


มือเล็กคว้าได้แต่อากาศและแผ่นหลังของใครบางคนเมื่อถูกยกตัวสูงขึ้นจากเก้าอี้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คิบอมจับอีกฝ่ายขึ้นพาดบ่าแบบไม่ฟังเสียงประท้วง แขนข้างหนึ่งล็อกช่วงขาไว้แน่นก่อนจะรีบสาวเท้าออกจากห้อง วิธีสุดรวบรัดแบบนี้ทำให้ทงเฮที่พึ่งตั้งสติได้รู้ซึ้งแล้วว่าผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริง


“ฉันปวดหัว.. ปล่อยลงเถอะ”


ด้วยความที่ไม่อยากอยู่ท่านี้ไปจนถึงทางออกให้ขายขี้หน้า ทงเฮจึงยอมอ่อนข้อให้อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ใบหน้าของคิบอมที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงารอบลิฟต์นั้นลังเลคล้ายไม่แน่ใจ แรงบีบของมือที่ยังไม่คลายลงทำให้ทงเฮต้องเอ่ยย้ำ


“ก็ยอมกลับบ้านแล้วไง อุ้มมาขนาดนี้คิดว่าฉันจะมีใจกลับไปทำงานต่อเรอะ?”

“อย่างคุณ.. ก็ไม่แน่”

“เอ๊ะ พูดจาไม่รู้เรื่องน่ะคิบอม”

“ใครกันแน่ที่พูดไม่รู้เรื่อง ถ้ายอมฟังตั้งแต่แรกผมก็ไม่ต้องใช้วิธีนี้หรอก”


พอโดนย้อนมาแบบนี้ทงเฮก็สะอึก ถีงจะเป็นเรื่องจริง.. แต่มันเรื่องอะไรของผู้ชายคนนี้ที่จะต้องมาเจ้ากี้เจ้าการชีวิตเขาตลอดทั้งวันกันล่ะ วางอำนาจเผด็จการทั้งๆที่รู้เหตุผลของคนอื่นรึก็เปล่า.. ก็แค่บอดี้การ์ดคนนึงไม่ได้สลักสำคัญอะไร

แต่ทงเฮก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าจะยอมอ่อนข้อให้ทำไมนักหนา


“คิบอม ปล่อยเถอะนะ”


พอโดนเสียงอ่อนอ้อนเข้าใส่ คนที่ไม่เคยได้ยินก็ทนใจแข็งไม่ได้นาน คิบอมยอมโยนโหมดโหดร้ายทิ้งไปชั่วครู่ ปล่อยอีกคนลงมายืนที่พื้นโดยสวัสดิภาพก่อนที่ลิฟต์จะเลื่อนลงมาชั้นล่างสุดพอดิบพอดี

มือเรียวเกาะไหล่กว้างของคิบอมไว้เพื่อพยุงตัว อาการเวียนศีรษะจนเกือบจะยืนไม่ตรงนั้นทำให้คนที่ชื่อได้ว่าเป็นเจ้านายต้องตวัดตาใส่ด้วยความไม่พอใจ


“นายนี่มันเหลือเกินจริงๆ”


คิบอมหัวเราะน้อยๆกับคำพูดที่ดูเกินจริงไปล้านแปดนั่น หากก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะเดี๋ยวจะโดนหาว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง เจ้าตัวจึงตัดสินใจพยักหน้ารับและพาไปที่รถโดยไม่มีข้อโต้เถียงใดๆเกิดขึ้นอีก


.
.


หลังจากยืนทำใจที่หน้าประตูบ้านอยู่นาน ทงเฮก็รวบรวมความกล้าเปิดประตูเข้าบ้านไปจนได้

คิบอมกลับไปได้สักพักแล้ว แต่เป็นตัวเขาเองที่ไม่กล้าเข้าบ้านเพราะยังเห็นไฟที่ห้องนั่งเล่นเปิดอยู่ ความจริงทงเฮอยากจะกลับบริษัทไปทำงานถึงเช้าให้รู้แล้วรู้รอดด้วยซ้ำ แต่เพราะไม่อยากโดนคิบอมจับอุ้มพาดบ่า และลึกๆแล้วก็อยากรู้ปฏิกิริยาของพ่อ ดังนั้นทงเฮก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการก้าวเข้าบ้านด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ

มันเป็นวันธรรมดาที่ครอบครัวเขาจดจำได้เป็นอย่างดี

เพราะวันนี้เป็นวันที่พี่ชายจากไปครบสิบห้าปี..


“ไปไหนมา?”


เสียงกังวานของคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่นถามขึ้นทันทีที่ก้าวขาเข้าบ้าน ทงเฮเรียกความกล้าโดยการสูดหายใจเข้าเต็มปอด ก่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


“ก็อยู่ที่บริษัทครับ”

“ไม่คิดจะไปหาพี่ชายแกหน่อยเหรอไง?”


จะไปทำไม.. ทงเฮแย้งอยู่ในใจอยู่แบบนั้นเพราะไม่กล้าที่จะพูดออกไป และก็รู้ดีว่าประโยคที่พึ่งได้ยินมานั้นเป็นเพียงคำประชดประชันของพ่อที่พยายามทำให้เขารู้สึกผิดอย่างเช่นทุกวัน ทั้งๆที่บอกตัวเองว่าไม่ต้องไปใส่ใจ แต่ก็ทำไม่ได้ทุกทีไป


“ถ้าไม่มีอะไร ผมขอตัวก่อน”


เพราะความเงียบไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ทงเฮจึงตัดสินใจตัดบทเพื่อจะเดินหนีขึ้นไปข้างบน หากแต่วินาทีที่กำลังจะก้าวขาขึ้นบันได คือวินาทีเดียวกับที่คำพูดวิ่งตรงเข้าทำร้ายจิตใจจนชาไปทั้งร่าง

เหมือนยาพิษที่ถูกฉีดเข้าเส้นเลือด ทำลายประสาทจนขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว


“แกอย่าคิดว่าตัวเองจะแทนพี่ของแกได้ จะให้ทำตัวดีแค่ไหนหรือมีประโยชน์ยังไง แกก็ยังเป็นคนที่ทำให้ทงฮวาตายอยู่ดี”

“คุณพ่อ...”

“ความผิดของแก ต่อให้ผ่านไปกี่เดือนกี่ปีฉันก็ลืมไม่ลง”


ประโยคสั้นๆเพียงประโยคเดียว แต่มีอานุภาพร้ายแรงเสียยิ่งกว่าระเบิด
ประโยคเดียวที่ทำให้ทงเฮรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าแรงๆด้วยมือที่มองไม่เห็น
ประโยคเดียวที่ทำให้ความอดทนที่มีมาสิบกว่าปีสิ้นสุดลงอย่างง่ายดาย

ความรู้สึกทั้งหมดที่เก็บกักไว้ ไหลทะลักออกมาราวกับโดนพายุซัดเข้าใส่


“ถ้าไม่รักผม แล้วจะให้ผมเกิดมาทำไม.. ถ้าทำได้ ผมอยากจะยกชีวิตตัวเองให้พี่ชายด้วยซ้ำ พ่อจะได้พอใจแล้วเลิกพูดเรื่องนี้เสียที”

“.........”

“ผมทำงานกลับบ้านดึกดื่นทุกวันเพราะอยากให้พ่อพอใจ อยากให้รู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนไม่เอาไหน ผมทุ่มชีวิตทั้งหมดให้กับงาน ทุ่มชีวิตทั้งหมดให้กับพ่อเพื่อทดแทนในส่วนของพี่ชาย แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรเลยในเมื่อพ่อไม่เคยสนใจ”


ทงเฮควบคุมน้ำเสียงเอาไว้แทบไม่ได้ เพราะมันคอยแต่จะดังขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ มือเล็กกำแน่นจนไร้สีเลือด เกร็งไปทั้งตัวจนรู้สึกถึงแม้กระทั่งเลือดที่กำลังไหลเวียนอยู่ในร่างกาย


“พ่อคิดว่าผมชอบที่จะฟังคำพูดพวกนั้นนักเหรอ คิดว่าผมเสียใจไม่เป็นงั้นเหรอ ถ้ารู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่าเรื่องจะกลายมาเป็นแบบนี้ ผมขอตายตั้งแต่แรกดีกว่า ไม่ต้องให้ใครมาตายแทนทั้งๆที่ผมก็ไม่ได้ต้องการ!!


พอพูดจบทงเฮก็ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้านทันที ไม่รอฟังคำพูดของคนที่พึ่งโยนแก้วเหล้าในมือทิ้งด้วยความโมโหสักนิดเดียว ของที่ติดตัวอยู่ก็มีแค่โทรศัพท์มือถือกับกระเป๋าเงินที่มีแต่เครดิตการ์ด รถที่มีอยู่ก็ให้คิบอมขับกลับไปบ้านเพราะจะได้ไม่ต้องลำบากเวลาที่มารับเขาไปส่งบริษัท

จะใช้แท๊กซี่ก็ไม่ได้เพราะไม่มีเงินสด

ทางเลือกที่มีอยู่คือโทรหาคิบอม

เพราะตอนนี้ ทงเฮต้องการสิ่งที่จะพาตัวเองออกไปจากที่นี่ได้เหลือเกิน


.
.

 

ไม่ถึงสิบนาที คนที่ทงเฮโทรเรียกก็วิ่งเข้ามา..


ทงเฮนั่งนิ่งๆในร้านอาหารที่ไม่ไกลจากบ้านพร้อมกับชาหนึ่งแก้ว เป็นครั้งแรกที่คิบอมไม่กล้าเปิดปากพูดอะไรกับอีกฝ่าย ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากทักหรือบอกว่าตัวเองมาถึงแล้ว จึงถือวิสาสะเลื่อนเก้าอี้ตรงข้ามลงนั่ง มองคนที่กำลังนั่งจ้องแก้วน้ำตรงหน้าอย่างไร้จุดหมาย

และนี่ยังนับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นทงเฮแสดงความรู้สึกออกมา ได้รับรู้ว่าภายนอกที่เย็นชาและฉาบไปด้วยน้ำแข็งก็ยังมีก้อนเนื้อที่เรียกว่าหัวใจเหมือนคนปกติ ยังมีความรู้สึกไหลเวียนเหมือนคนอื่นๆ เพียงแต่ซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้ก็เท่านั้น

ผ่านไปสักพักแล้ว ความเงียบก็ยังคงเป็นบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง เสียงพูดคุยเบาๆของลูกค้าโต๊ะด้านหลังคือสิ่งเดียวที่กำลังได้ยิน พอคิบอมขมวดคิ้วแล้วทำท่าจะถาม ทงเฮก็ชิงพูดออกมาเสียก่อน


“ฉันแค่อยากออกไปข้างนอก แต่ไม่มีรถ นายทิ้งกุญแจรถไว้แล้วก็ไปได้แล้วแหละ”

“จะไปไหนครับ ผมจะไปส่ง”

“ไม่ต้อง.. กลับไปเถอะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”


ทงเฮไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาเย็นชาหรือตั้งแง่ใส่ แต่เพราะไม่อยากมานั่งอธิบายเหตุผลและไม่มีอารมณ์จะเสวนากับใคร เจ้าตัวจึงตัดสินใจตัดบทโดยการจะเอื้อมมือไปหยิบกุญแจ แต่คิบอมก็ไวพอที่จะคว้ามันกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วรีบเก็บเข้ากระเป๋าทันที


“แบบนี้ขับรถไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไปเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาล่ะแย่เลย”

“ก็ดี จะได้ตายๆไป”

“ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับคุณทงเฮ?”


คิบอมไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยินประโยคแบบนี้จากปากของคนที่ได้ชื่อว่าสมบูรณ์แบบที่สุด คนที่มีพร้อมทุกอย่างตั้งแต่ทรัพย์สินเงินทอง หน้าที่การงาน หน้าตาและความรู้ ถึงจะพอรู้ว่าทงเฮเป็นคนที่เคร่งเครียดกับชีวิตของตัวเองขนาดไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นอยากตายขึ้นมา


“ถ้ามีอะไรอยากพูด ก็บอกได้นะครับ”

“ฉันก็แค่.. เบื่อชีวิตตัวเองเท่านั้นแหละ”


ทงเฮอยากจะหาคำจำกัดความที่มากกว่านี้แต่ก็นึกไม่ออก พึ่งมารู้สึกตัวเอาตอนนี้ว่าตัวเองแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวมานานแค่ไหน แบกความรู้สึกของทุกคนไว้กับตัวเอง แถมสิ่งที่ยึดถือไว้ก็ไร้ค่าเหลือเกินเมื่อคนที่อยากให้รับรู้ไม่ได้รู้สึกถึงมันเลย ไม่แม้แต่จะมองเห็นด้วยซ้ำไป

คงเพราะเก็บความรู้สึกทั้งหมดมานาน คงเพราะเจ็บปวดกับเหตุการณ์เมื่อครู่เกินกว่าจะทนไหว จึงเป็นครั้งแรกที่ทงเฮยอมเผยความอ่อนแอของตัวเองให้คนอื่นรับรู้ ยอมที่จะแบ่งปันเรื่องราวกับคิมคิบอม คนๆเดียวที่สามารถเล็ดรอดกำแพงน้ำแข็งของเขาเข้ามาได้


“ตอนเด็กๆ ฉันชอบออกไปเล่นที่สวนสาธารณะ ตรงข้ามกับบ้านหลังเก่าที่เคยอยู่ ตอนนั้นฉันก็เหมือนเด็กๆทั่วๆไป ชอบเล่น ชอบซน ฉันชวนพี่ชายออกไปด้วยกัน แอบพ่อแม่ออกไปเพราะเราสองคนถูกห้ามออกนอกบ้านโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต”

“........”

“ตอนที่เราวิ่งเล่นกัน ฉันสะดุดล้มลงไปบนถนนในหมู่บ้านแล้วกำลังจะลุกขึ้นยืน รถคันนึงก็กำลังวิ่งมาเร็วจนเบรคไม่ทัน ตอนนั้นจำได้แค่ว่าได้ยินเสียงแตรดังลั่น แล้วฉันก็ถูกผลักจนกระเด็นออกมาจากตรงนั้นจนล้มลงอีกครั้ง พอมารู้สึกตัวอีกที.. พี่ชายก็นอนสลบอยู่หน้ารถพร้อมกับเลือดเต็มไปหมด”


คิบอมรู้สึกได้ว่ามือเล็กที่จับแก้วชากำลังสั่น และนัยน์ตาคู่นั้นกำลังมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ แต่ทงเฮก็เข้มแข็งพอที่จะสูดลมหายใจลึกแล้วเอ่ยปากพูดต่อจากที่ค้างไว้เมื่อครู่


“เสียงคนโหวกเหวกและเสียงรถพยาบาลทำให้พ่อแม่ออกมาดู พ่อสั่งให้ลูกน้องอุ้มฉันกลับเข้าไปในบ้าน สุดท้ายพี่ก็เสียชีวิตเพราะสมองถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก วันนั้นคือวันที่ฉันได้เห็นพี่เป็นครั้งสุดท้าย ถ้าฉันไม่ชวนพี่ออกไป ถ้าไม่มัวแต่ยืนเซ่อจนจะโดนรถชน พี่ก็จะไม่ตาย”

“......”

“พี่เป็นคนที่มีความรับผิดชอบ เป็นหน้าเป็นตา เป็นความหวังของครอบครัว ไม่แปลกอะไรที่การตายของพี่จะทำให้คนทั้งบ้านสะเทือนใจ ถึงจะผ่านมาแล้วสิบกว่าปี แต่ทุกคนก็ยังลืมเรื่องนี้ไม่ได้ โดยเฉพาะพ่อที่เห็นฉันเป็นฆาตกรอยู่ทุกวัน”


พอนึกถึงเรื่องนี้จริงๆจังๆ ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์เหมือนพึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน ประโยคสั่งเสียของพี่ชายยังคงดังแว่วอยู่ในหู ทงเฮรีบใช้หลังมือปาดความอ่อนแอของตัวเองทิ้งไป หากแต่ความเศร้าสร้อยในดวงตายังคงฉายชัดจนคิบอมรู้สึกใจหาย

หากแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเสียก่อน ชายหนุ่มพยักหน้าเป็นนัยว่าขอตัวเพราะเป็นสายที่ต้องรับ ก่อนจะหายออกไปนอกร้านเพื่อคุยธุระให้จบไป


.
.


คงเป็นเพราะวันนี้เป็นวันที่ถือได้ว่าแย่ที่สุดในชีวิต และเหนื่อยจนไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรทั้งนั้น ทงเฮถึงยอมให้คิบอมขับรถพาเขากลับไปบริษัท เพราะอย่างน้อย ที่นั่นก็คือที่ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ได้มากพอๆกับบ้านของตัวเอง

มือเรียวนวดขมับทั้งๆที่ยังเอนตัวพิงกับเบาะ นัยน์ตาคู่สวยปิดสนิทเพราะความอ่อนล้าที่สะสมมาทั้งวัน ถึงแม้ภายนอกจะดูสงบแต่ข้างในก็ยังว้าวุ่น ทงเฮยังคงคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิตตัวเองดี จะออกจากบ้านมาดื้อๆ หรือว่าจะกลับไปแล้วทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนกำลังเลี้ยวเข้าสู่ทางตัน
มืดมนและไร้ทางออกเหมือนเดินวนอยู่ในเขาวงกตไม่มีผิด

ทว่าเครื่องยนต์ที่ดับลงทำให้ทงเฮหยุดความคิดทั้งหมดทั้งมวลด้วยการลืมตา ใบหน้าของคิบอมเคร่งเครียดจนแอบสงสัยแต่ก็ไม่ได้สนใจจะเอ่ยปากถาม มือเล็กหยิบของบางอย่างเช่นหมอนและเสื้อสูทจากในรถออกไปพร้อมกับเอ่ยขอบคุณคิบอมไปด้วย


“ขอบใจมากนะ ทั้งๆที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนายเลยแท้ๆ”

“ไม่เป็นไรครับ”


ทงเฮยิ้มให้น้อยๆก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในตึก ทว่ายังไม่ทันได้ผ่านประตูที่ไร้ร้างผู้คนไป เสียงเรียกของคิบอมก็ดังขึ้นเสียก่อน


“คุณทงเฮ..”

“หืม?”


ร่างบางหันกลับไปและเห็นคิบอมกำลังเดินเข้ามาใกล้ ดวงหน้าหวานระบายไปด้วยคำถามก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาประชิดตัวอย่างที่ชอบถือวิสาสะทำเป็นประจำ และวันนี้ทงเฮก็ไม่อยากขัดขืนอะไรเพราะถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่มาอยู่เป็นเพื่อนเขาตั้งนานสองนาน


“ผมไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย”

“ฉันก็เหมือนกัน”

“ขอโทษนะครับที่ต้องเป็นแบบนี้”

“ไม่เป็นไรหรอก กลับบ้านเถอะคิบอม ดึกมากแล้ว”


คิบอมพยักหน้าก่อนจะหันหลังไป ทำให้ทงเฮวางใจพร้อมกับยืนนิ่งเพื่อรอจะส่งอีกฝ่าย แต่คนที่ทำท่าว่าจะเดินไปแล้วเปลี่ยนใจหันหลังกลับมา

ใบหน้าคมคายขยับเข้ามาใกล้ ริมฝีปากได้รูปคลอเคลียอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนทงเฮแยกไม่ออกว่าแก้มตัวเองนั้นแดงเพราะความร้อนหรือเพราะอย่างอื่นกันแน่

และคิบอมก็ตัดสินใจทำสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง!

ฝ่ามือใหญ่ที่กำจนแน่นซัดเข้าตรงท้องเต็มแรงจนร่างเล็กถึงกับจุก ทำให้ทงเฮเข้าใจถึงประโยคเมื่อครู่ของคิบอมได้อย่างถ่องแท้ ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวเสียใจกับเรื่องของเขา แต่เป็นการพูดล่วงหน้าถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ต่างหาก

คนตัวเล็กล้มลงไปนั่งกองอยู่บนพื้น จะขยับตัวก็ทำไม่ไหวเพราะปวดจนร้าวไปถึงสมอง ชาไปทั้งตัวเหมือนโดนสกัดจุด ก่อนที่สติจะดับวูบไปเพราะยาสลบที่อีกฝ่ายเอามาโปะจมูก ทงเฮยังทันได้ยินเสียงทุ้มซึ่งกระซิบข้างใบหูว่า


“ผมขอโทษ”

 

 

To be continued




อาจจะต้องหนีไปกบดาน เพราะเดี๋ยวคนอ่านจะเอามีดมาฟันคอ ฮ่าๆๆ ทั้งหมดมันเป็นไปตามเนื้อเรื่องค่ะ สาบานว่าไม่ได้หมั่นไส้ทงเฮที่ชอบไปออเซาะพี่ซีวอนแต่อย่างใด *กัดฟัน*

อาจจะเพราะต่อช้า บวกกับความน่าเบื่อของเนื้อเรื่องและความกะหลั่วของภาษา Somewhere only we know จึงเป็นฟิกที่คอมเม้นน้อยที่สุดในชีวิต เท่าที่เคยเขียนมา แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ด้วยความอึดและหน้าด้าน เราก็จะเขียนต่อไป 555

ขอบคุณคนที่ยังติดตาม และก็ขอบคุณทุกคอมเม้นจากใจจริงค่ะ :]

Comment

Comment:

Tweet

เฮ้ยยย บอมเป็นฝ่ายใครแน่อ่ะ
อย่าทำร้ายทงเฮนะ
ทงเฮกำลังอ่อนแอ
สงสารทงเฮที่สุด เคราะห์กรรมอะไรกันนะ
ใครก็ได้ช่วยที

#11 By madamKIM (180.180.220.244) on 2010-12-21 23:52

บอมทำอะไรเนี่ย เป็นคนร้ายหรือทำเพื่ออะไร

#10 By ple_129 (58.8.170.128) on 2010-04-22 19:08

ตกลงบอมเป็นไส้ศึกหรือไง

เข้ามาเพื่อที่จะได้เอาตัวทงเฮไปตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม

#9 By 129 (118.173.103.131) on 2010-02-22 19:30

ให้เดา บอมต้องลักพาตัวหมวยไปสงบสติอารมณ์แน่ๆ เลย เราชอบ อึดอัดอึมครึมดี หุหุ

ตามต่อๆๆ

#8 By แตงโม (203.144.130.176) on 2010-01-06 12:38

อ่านรวดมาถึงตอนนี้ ตั้งใจจะไปเม้นท์ตอนล่าสุด
แต่อ่านทอล์คท้ายตอนแล้วต้องรีบเม้นท์ซะหน่อย

เพิ่งมาอ่านค่ะ และจะติดตามต่อนะคะ
อย่าเพิ่งท้อแท้ และถอดใจ ภาษาก็ไม่ได้กะหลั่วแต่อย่างใดค่ะ

แต่ตอนนี้ทิ้งท้ายปริศนาให้เก็บไปคิดต่อได้เยอะเลยค่ะ

#7 By ~sand~ on 2009-11-05 16:07

ยังรออ่านต่อนะคะ

ถึงแม้ว่ามันจะดูอีดๆไปบ้าง แฮ่ๆๆ

แต่ก็เชื่อมั่นในฝีมือการเขียนของแพมค่ะ ^^


แต่รีบมาต่อก็ดีนะคะ

อยากรู้ว่าทำไมบอมทำกับหมวยแบบนี้ล่ะ

ขอบคุณค้ะ

#6 By (118.172.97.109) on 2009-10-10 19:04

บอมกวนได้อีก หมวยต้องเจอแบบนี้แหละ
สงสารหมวย..ในที่สุดก็ได้ระเบิดความอัดอั้น
ใส่พ่อ..ดีแล้วที่ทำอย่างนั้น..แต่ก็ไม่รู้พ่อหมวยจะเข้าใจความรู้สึกลูกรึป่าว..เศร้าใจแทน
แอบแปลกใจว่าตกลงบอมหวังดีอยากช่วยให้หมวย
หลับพักผ่อนหรือมีอะไรมากกว่านั้น....
ยังไงไรท์เตอร์ก็อย่าหายไปนานนะจ๊ะ

#5 By KoBRiin (124.121.242.204) on 2009-10-01 13:18

ทำมัยล่ะ
ใครโทรหาบอม
บอมจะพาทงเฮไปไหน .. กลับบ้านรึเปล่า
ม่ายน๊า...พ่อทงเฮใจร้ายอ่ะ
ทำมัยรักลูกไม่เท่ากันล่ะ
ทงเฮก็พยายามทำทุกอย่างแล้วนะ
ทำมัยถึงไม่เห็นความดีกะความตั้งใจของทงเฮล่ะ


น้องแพมสู้ๆๆ

#4 By knutie (124.121.155.203) on 2009-09-30 23:26

เฮ้ย!! ทำไมเป็นงี้อ่ะ
บอมคิดจะทำไรหมวยอ่ะ -*-
อย่าบอกนะว่ามีคนสั่งมาให้ทำ
แล้วโทรศัพท์ที่โทรเข้ามาก่อนหน้านี้อ่ะก็คือเรื่องนี้รึป่าว??

แล้วใครเป็นคนสั่งเนี่ย!!
โอ้ย!! สงสารหมวยจังเลย
กลับบ้านก็โดนพ่อพูดจาทำร้ายจิตใจ
แล้วยังจะมาโดนบอมทำอย่างงี้อีก เฮ้อ!!

บอมฟังเรื่องราวของหมวยในอดีตแล้วไม่สงสารหมวยมั่งรึ??

คุณพ่อคะหมวยไม่ได้อยากให้พี่ทงฮวาตายซะหน่อย
มันเป็นอุบัติเหตุช่วยเข้าใจหน่อยสิ!!!
หมวยเองก็เสียใจมาจนทุกวันนี้นะ T^T
แล้วยังจะต้องมาโดนคุณพ่อโยนความผิดทั้งหมดมาให้อีก
หมวยเสียใจมากเลยนะคะ TT^TT

ปล.หมวยจะโดนบอมทำอะไรบ้าง
ปลล.คุณพ่อเป็นคนโทรฯมาสั่งบอมรึป่าว?? -*-

#3 By mhoomin (58.11.56.171) on 2009-09-29 21:34

สงสารทงเฮอ่า พ่อใจร้ายจัง ทงเฮไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย

แล้วคิบอม ตุ๊ยท้องลูกเค้าทำไมแว้
จะพาไปทำมิดีมิร้ายเรอะcry

สงสารทงเฮจับจิต ฮึก

รอตอนต่อไปนะค๊า

#2 By ninanani : DH on 2009-09-29 15:34

บอมทำอะไรอ่ะ
ทำแบบนี้ได้งัย
ใครจ้างมาห๊ะ
งง
เกิดอะไรขึ้นค่า


ติดตามน้า

#1 By (58.64.96.63) on 2009-09-28 19:49