[Fic] Somewhere only we know Pt.2

posted on 11 Aug 2009 16:12 by pam-a-rod in Somewhere-only-we-know

Somewhere only we know

- 02 -

 


แค่ลุกออกจากเตียง แต่ยังแทบไม่มีแรงเหมือนคนป่วย


ทงเฮใช้สองนิ้วนวดขมับพลางลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัว.. เกือบทั้งคืนที่ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาและไปหลับเอาตอนเกือบรุ่งสางนั้น ดูดกินพลังงานได้ดีกว่าการไปวิ่งมาราธอนเป็นไหนๆ คนที่ยังตื่นไม่เต็มตาพร้อมกับอาการปวดหัวรุมเร้าจึงทำโน้นทำนี่ได้ช้ากว่าปกติ

ร่างเล็กในชุดสูทเต็มยศเดินออกจากห้องนอนพร้อมกับจัดเนกไทให้เข้าที่ไปด้วย นัยน์ตารีเรียวเหลือบมองบ้านที่เงียบสนิทแล้วก็ต้องถอนหายใจ โต๊ะอาหารที่แม่บ้านกำลังจัดเก็บไม่มีใครเหลืออยู่ คงไม่แปลกอะไรเพราะตอนนี้เป็นเวลาสายมากแล้ว และก็เป็นปกติที่เขาควรจะชินชามากกว่าน้อยใจ.. แต่ก็ทำไม่ได้เสียที

แต่คนที่ปลงแล้วก็ไม่คิดอะไรมากไปกว่าเดินไปหาอะไรรองท้องที่ตู้เย็น มือขาวคว้านมกล่องกับแอปเปิ้ลหนึ่งลูก เตรียมพร้อมเดินออกจากบ้านแต่กลับสะดุดตากับบางอย่างเสียก่อน

ทำไมมาอยู่ที่นี่...


“อรุณสวัสดิ์ครับคุณทงเฮ”

“อืม..”


เสียงนั้นแห้งยิ่งกว่าทะเลทรายเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้เบลอจนตาฝาดไป บอดี้การ์ดคนเมื่อวานกำลังยืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ คิ้วเรียวเลิกขึ้นน้อยๆด้วยความสงสัย หากยังไม่ได้ถามข้อข้องใจอีกฝ่ายก็ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน


“ผมมารับไปบริษัท..”

“งั้นเหรอ..”


คนที่ขี้เกียจจะเถียงได้แต่รับคำแล้วพยักหน้าเบาๆ เพราะเรียนรู้จากเมื่อวานแล้วว่าพูดไปก็เปล่าประโยชน์ บางทีการโดนควบคุมชีวิตในเกือบทุกด้านแบบนี้ก็ทำให้ทงเฮอึดอัดจนอยากหนีไปให้ไกลสุดขอบฟ้า แต่ตะกอนบางอย่างในใจที่คอยจะคุกรุ่นขึ้นมาก็ทำให้รู้ว่าไม่สามารถไปไหนได้อยู่ดี ต้องติดอยู่กับอะไรเดิมๆอยู่เรื่อยไป


“ไปกันเถอะครับ”


คิบอมผายมือให้ทงเฮเดินนำก่อนจะตามไปติดๆ นัยน์ตาคมสังเกตแผ่นหลังตรงที่เดินอย่างคนมีภูมิฐาน รูปร่างผอมแห้งเหมือนคนขาดสารอาหาร ไหนจะผิวที่ขาวจนเหมือนไม่เคยโดนแดดมาก่อนในชีวิตนั่นอีก ยังไม่นับใบหน้าเคร่งเครียดตลอดเวลาจนเขากลัวว่าเจ้าตัวจะคิดฆ่าตัวตายเข้าสักวัน


“ไม่ทานข้าวก่อนเหรอ?”


คิบอมถามพลางจับประตูรถไว้ไม่ให้อีกฝ่ายปิดมันลงง่ายๆ ทงเฮตอบคำถามโดยการชูนมและผลไม้ในมือให้ดูพร้อมกับทำหน้าเหนื่อยหน่าย พอเห็นดังนั้น คนที่ป่วยการจะพูดจึงไม่อยากต่อล้อต่อเถียงอะไรอีก ชายหนุ่มพยักหน้าแทนการรับคำแล้วเดินไปยังที่นั่งคนขับทันที

อาจจะเพราะคนที่นั่งหลับตาอยู่บนเบาะหลังตื่นสาย ถนนในเมืองจึงโล่งกว่าปกติ.. คิบอมหมุนพวงมาลัยลัดเลาะไปตามทาง ย่านกลางเมืองที่มีร้านอาหารตั้งเรียงรายเป็นจุดหมายในเวลานี้ และสุดท้าย..รถคันใหม่พร้อมกับคนขับรถคนใหม่ก็จอดสนิทอยู่หน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง

เนื่องจากถือวิสาสะเลือกร้านเอาตามใจ และถือวิสาสะพามาโดยไม่บอก คนที่นั่งอยู่เบาะหลังถึงได้วีนทันทีที่ลืมตาขึ้นมา


“ทำไมไม่ไปบริษัท?”

“กินข้าวก่อนเถอะน่า”

“ก็นี่ไง”


ทงเฮชูของที่หยิบติดมือมาให้ดูอีกครั้งเต็มๆตา แต่คิบอมก็แค่ยักไหล่ใส่ไม่สนใจ มือใหญ่กระชากอีกฝ่ายลงมาจากรถแล้วพาเข้าร้านอาหารไปจนได้ ท่ามกลางความไม่พอใจ ทงเฮสะบัดตัวหนีด้วยความโมโห แต่กลับโดนอีกฝ่ายหันกลับมาดุเสียงดังลั่น


“ไม่เคยเรียนหรือไงว่าอาหารเช้าสำคัญต่อสุขภาพน่ะ”

“เคยสิ!”

“งั้นก็เงียบแล้วนั่ง สั่งอะไรกินสักที โตๆกันแล้วอย่าดื้อมากนักเลย”


เพราะโดนสายตาจากคนทั้งร้านจ้อง หรือเพราะจำนนต่อเหตุผลของอีกฝ่ายก็ไม่รู้ ทงเฮจึงยอมนั่งอย่างจำใจและคว้าเมนูขึ้นมาอ่าน จิ้มๆเลือกเอาหนึ่งจานในนั้นแล้วนั่งนิ่งเป็นหิน ไม่ยอมพูดจาจนคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามชักเหนื่อยใจ ต้องรับมือกับนิสัยคุณหนูดื้อแพ่งแบบนี้สงสัยจะได้กลายเป็นบ้าเอา


“เกิดมาไม่เคยกินข้าวเช้ารึไง พามากินแค่นี้ต้องโกรธกันด้วย ประหลาดคนจริง”


เป็นคำถามกวนประสาทที่ทำให้ทงเฮอดไม่ได้ที่จะค้อนใส่ คนที่อารมณ์ไม่ดีไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น ปล่อยให้บอดี้การ์ดจอมบังคับนั่งพูดคนเดียวเหมือนคนบ้า


“ตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทแท้ๆ บ้านก็รวยมีเงินใช้ถึงชาติหน้าด้วยซ้ำ จะมานั่งหลังขดหลังแข็งทำงานทำไมกันนักหนา เป็นผมนะหอบเงินไปเที่ยวรอบโลกดีกว่า สบายกว่าเยอะ”


เพราะโดนถามแบบนี้.. ทงเฮถึงได้ชะงักไป

จากที่ไม่พูดอยู่แล้ว กลับต้องเงียบหนักกว่าเดิม

มันเป็นข้อสงสัยที่แทงใจเข้าอย่างจัง


ทงเฮไม่ได้โปรดปรานการทำงานอะไรนักหรอก เพราะต้องชดใช้ความผิดที่ติดตัวมา เขาจึงต้องยอมยกทั้งชีวิตให้กับความต้องการของที่บ้าน เพราะเหลืออยู่เพียงคนเดียวจึงต้องรับผิดชอบทุกอย่าง เงินที่มีอยู่ในตอนนี้เพียงพอจะใช้ได้สบายๆทั้งชีวิตโดยไม่เดือดร้อนอะไร ทว่าสิ่งที่ทำให้ติดอยู่ตรงนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเงิน และคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเข้าใจ


“จะทำงานหนักแค่ไหน..มันก็เรื่องของฉัน”


คำตอบนี้ทำให้คิบอมสะอึกไป ด้วยรู้ว่าการเปิดเผยตัวตนของคนตรงหน้าคงไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ และพอจะเข้าใจดีว่าของแบบนี้ต้องใช้เวลา.. และหวังว่าเวลาของเขาคงจะพอ


“ครับ..ผมขอโทษด้วย.. คุณทงเฮทานข้าวเถอะ”


.
.

 

ชีวิตในตอนนี้ยุ่งจนน่ากลัว


นอกจากจะต้องรับมือกับงานที่ชักจะเพิ่มมากขึ้นทุกวันเพราะธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างเหลือล้น ทงเฮยังต้องแบ่งเวลามาสนใจบอดี้การ์ดตัวดีที่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ อย่างเช่นการถือวิสาสะเข้ามาเกลือกกลิ้งบนโซฟานำเข้าจากอิตาลีของเขา คนที่อยู่คนเดียวและอยู่กับความเงียบมาตลอดจึงสมาธิกระเจิงได้ง่ายๆ

นิสัยเสีย…


“ฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่ารบกวน”

“ผมเปล่า”

“นายนี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องใช่มั้ยคิบอม?”

“ก็ได้ๆ” พอทงเฮวางท่าประธานบริษัทพร้อมกับสายตาเย็นเยียบที่ทุกคนต้องเกรงขามเข้าใส่ อีกฝ่ายก็ยอมแต่โดยดี “งั้นมีอะไรก็เรียกนะครับคุณทงเฮ ผมจะรออยู่แถวนี้ล่ะ”


น้ำเสียงประชดประชันสุดริดทำให้ทงเฮอดไม่ได้ที่จะจิกสายตาใส่แผ่นหลังที่กำลังจะหายไปจากบานประตูตรงหน้า หากคนที่งานล้นมือก็ไม่มีเวลาจะมาคิดอะไรมากมายเพราะตะวันใกล้จะตกดินเต็มที และเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าก็ยังสะสางไม่เสร็จ มือขาวตวัดปากกาในมือรวดเร็วพอกับสายตา เมื่อสมาธิกลับมา..เข็มวินาทีที่ดังอยู่ในสมองก็ถูกลืมเลือนไป

นอกจากเวลานอน.. ทงเฮก็อุทิศเวลาทั้งหมดให้กับงาน วันๆผ่านไปด้วยเอกสาร ประชุม ทานข้าวกับลูกค้า วางแผนนโยบายใหม่ ดูกำไรของบริษัท เลิกงานแล้วก็กลับบ้านไปนอน ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้ ไม่มีอะไรตื่นเต้น ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่มีใครที่สนิทสนมด้วยนอกจากเลขาคนเดียวที่ต้องเจอหน้ากันทุกวัน ความสัมพันธ์กับคนอื่นดูเหมือนเป็นสิ่งต้องห้าม


การผูกมิตรน่ากลัวเสียยิ่งกว่าฆ่าตัวตาย

ถ้าไม่รักใครก็ไม่ต้องเจ็บ

ถ้าไม่รู้จักตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องสูญเสีย

คงเพราะเป็นแบบนี้ ถึงลืมเรื่องในอดีตไม่ได้สักที


ทงเฮวางกระดาษแผ่นสุดท้ายของวันนี้ลงในแฟ้ม ก่อนจะจัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อยแล้วเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาบนข้อมือ เกือบสี่ทุ่ม... คนมองถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยพลางเก็บข้าวของบนโต๊ะไปด้วย ใช้มือนวดไหล่และลำคอแก้เมื่อยไปพลางๆระหว่างเดินไปที่ประตูห้อง

และเมื่อเปิดประตูออก สติที่มั่นคงก็กระเจิดกระเจิงในทันที


“ว๊ากกกก”


ทงเฮร้องเสียงดังลั่นเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของอะไรบางอย่างนั่งอยู่ข้างประตู สองขาผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่เมื่อเงามืดนั้นขยับเดินเข้ามาในห้องและกลายร่างเป็นคิมคิบอม คนที่พึ่งทำงานเสร็จก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก


“ตกใจหมด.. มานั่งทำอะไรมืดๆเล่า”

“ก็รอคุณนั่นแหละ ผมบอกแล้วไงว่าจะอยู่แถวนี้”

“แล้วมานั่งอยู่หน้าห้องเนี่ยนะ?” ทงเฮมองที่ที่คิบอมนั่งแล้วก็จะลมจับ บนทางเดินเงียบๆชั้นบนสุดที่ไม่มีอะไรนอกจากกำแพงและทางเดิน นั่งลงไปได้ยังไง

“ก็ใครล่ะที่บอกว่าผมอยู่ในห้องแล้วไม่มีสมาธิทำงาน”


พอโดนย้อนกลับมาทงเฮก็น้ำท่วมปาก นัยน์ตารีเรียวอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงจะรู้ว่าตัวเองใจร้ายและไม่เห็นหัวบอดี้การ์ดคนนี้มากเกินไป แต่คนที่หยิ่งยิ่งกว่าใครก็กระดากเกินกว่าจะพูดคำขอโทษหรือคำปลอบใจอยู่ดี จึงทำได้แค่โบกมือเป็นอันว่าให้เรื่องนี้จบแล้วรีบเดินไปที่ลิฟต์

หากแต่บรรยากาศยังคงกระอักกระอ่วนอย่างเห็นได้ชัด ตั้งแต่ออกจากบริษัทจนมาถึงบ้านยังไม่มีใครพูดอะไรกันแม้แต่คำเดียว ทงเฮที่นั่งอยู่บนเบาะหลังของรถหลับตามาตลอดทาง และความเงียบก็ทำให้รู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างในตัวกำลังล้มครืนลงมาช้าๆ


สิ่งเล็กๆน้อยๆที่คิบอมทำ.. กลับสั่นคลอนความรู้สึกอย่างร้ายกาจ

กำแพงที่สร้างไว้เริ่มไม่มั่นคงขึ้นมาเป็นครั้งแรก

เพราะเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่ามีคนเอาใจใส่.. เพราะเป็นครั้งแรกที่กลายเป็นที่สนใจ

ถึงจะรู้ว่าทำไปตามหน้าที่แต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้จริงๆ


“เหนื่อยหน่อยนะวันนี้”


ทงเฮเอ่ยขึ้นมาหลังจากที่ลงจากรถเรียบร้อยแล้ว คิบอมพยักหน้าพร้อมกับเดินกลับไปที่นั่งคนขับโดยไม่พูดอะไร บอดี้การ์ดอายุการใช้งานหนึ่งสัปดาห์ของทงเฮดูท่าทางจะเงียบผิดปกติเข้าจริงๆ ร่างเล็กถอนหายใจเหยียดยาว ไม่นึกว่าตัวเองต้องมานั่งใส่ใจกับความรู้สึกใครแบบนี้เลย

แต่ความกลัวที่มีอยู่ก็มากพอที่จะไม่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป

ทงเฮฉาบน้ำแข็งทับตัวเองไว้อีกชั้นโดยการหมุนตัวเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ใยดี

และก็กลายเป็นตัวคิบอมเองที่เดือดร้อนกับการกระทำแบบนี้


“คุณทงเฮ...”


พอโดนเรียก ฝีเท้าที่ก้าวอย่างมั่นคงก็ชะงักไป ทงเฮหันกลับมาเห็นผู้ชายตัวโตกำลังยืนทำหน้าน้อยอกน้อยใจอยู่ข้างรถ ขายาวพาเรือนร่างสูงโปร่งเดินมาอยู่ตรงหน้า เสียงทุ้มตัดพ้อให้ความรู้สึกสั่นสะเทือนอย่างน่ากลัว


“ทำไมเย็นชาจัง”

“ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้”

“อืม.. ผมพอจะสังเกตได้อยู่”


คนพูดรับคำก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้อีก ใกล้จนทงเฮสังเกตได้ว่าดวงตาของคิบอมเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ใกล้จนเห็นได้ว่าสันจมูกนั้นโด่งจนน่าอิจฉาและริมฝีปากน่ามองกำลังเฉียดผ่านแก้มของเขาไป.. และที่น่าแปลกคือขาของเขาที่ไม่ยอมขยับไปไหน เหมือนโดนสาปให้นิ่งโดยที่มีเพียงแค่หัวใจที่กำลังขยับเขยื้อนอย่างบ้าคลั่ง

ใบหน้าคมคายขยับเลื่อนมาอยู่ข้างตัว ริมฝีปากกระซิบชิดติดริมใบหู


“ฝันดีนะครับ.. พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับ”


พูดจบ.. อีกฝ่ายก็หมุนตัวเดินกลับขึ้นรถแล้วขับออกไป แต่ทงเฮยังยืนนิ่งเหมือนเดิมเพราะสมองกำลังประมวลอะไรบางอย่าง กำลังครุ่นคิดในสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิต และไม่คิดว่าตัวเองจะต้องเก็บเอามาใส่ใจ.. ไม่เคยคิดเลยจริงๆ


บางที.. เสน่ห์ของคิบอมก็มีมากจนน่ากลัว

กลัว.. ว่าตัวเองจะหลงเข้าเต็มเปา

 

 

To be continued

 


และแล้วก็มา.. (จนได้)

ฟิกเรื่องนี้จะอึมครึมและต่อช้าเท่าโลกแบบนี้ไปเรื่อยๆนะคะ ทำใจเน้อ
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นค่ะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

คิบอมขี้อ่อยอ่า
ทงเฮระรวนหมดแล้ว 555
คนเย็นชา เจอคนขี้อ่อย

#11 By madamKIM (180.180.220.244) on 2010-12-21 21:11

ด๊องดูเหมือนคนอมทุกข์ตลอดเวลา น่าสงสาร

#10 By (58.8.170.128) on 2010-04-22 14:59

สนุกดีคะ ไม่ค่อยเจอ ฟิค ที่ทงเฮเย็นชา เจอแต่คิบอมเย็นชา

#9 By แตงโม (203.144.130.176) on 2010-01-06 12:31

บอมห่วงแบบดุๆ น่ารักไปอีกแบบ
ดูหมวยจะเล็งเห็นเสน่ห์ของบอมได้ตลอด
ถ้าเผลอใจเมื่อไหร่ได้หลงรักของแปลก
ที่แอบมาสร้างสีสันในชีวิตแกแน่ๆหมวย

#8 By KoBRiin (124.121.242.204) on 2009-10-01 13:10

ทงเฮอ่า ใส่ใจตัวเองหน่อยสิ่ ..
เรื่องในอดีตมันผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไป อย่าโทษตัวเองเลย

มีบอดี้การ์ดแบบคิบอมมาคอยดูแล
มันก็น่าชื้นใจขึ้นมาหน่อย
เพราะคิบอมคงทำให้ทงเฮเปลี่ยนไปได้

เริ่มเรื่องมาก็แอบมีกวนๆ นิดนึงและ
อีกไม่นาน เจ้านายต้องใจอ่อนกับบอดี้การ์ดคนนี้แน่ ^^

#7 By goygoy on 2009-09-13 19:44

ทงเฮเย็นชาจนน่าเจ็บปวด
อ่านแล้วมันจี๊ดๆชาๆดีค่ะ
เรื่องนี้ ดิบ ดาร์กแต่โดน
ชอบมากๆ
คิบอมน่ารักเกินห้ามใจ
ไม่ไหวจะเคลียร์
ยังน่ารักได้อีกนะนั่น
ทงเฮก็ช่วยหลงรักเข้าเต็มเปาได้แล้วนะ
คนอ่านลุ้นมาก

ไรเตอร์สู้ๆค่ะ
อัพช้าไม่เป็นไร
ทีคิบอมยังรอทงเฮได้เลย
ทำไมรีดเดอร์จะรอไรเตอร์อัพไม่ได้

#6 By azure (125.25.93.160) on 2009-08-18 19:31

ในที่สุดน้องหมวยก็หลงบอม 555+

จะติดตามนะคะ จะรอไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตามconfused smile

#5 By WUS_KIHAE (203.156.32.99) on 2009-08-16 17:31

ทงเฮเย็นชาจริงๆน่ะแหละ
อึมครึม ไม่มีความสุขในชีวิตสุดๆ
แต่มันก้อยังสั่นคลอนได้เพราะความหล่อของคิบอม ฮ่าๆๆๆ
คิบอมตั้งคำถามได้ดีมาก ทำไมไม่เอาเงินไปเที่ยวอ่ะ?
เป็นเราคงไม่ทำงานเหมือนกัน เที่ยวรอบโลกดีกว่า
(คนมันมีความรับผิดชอบเฟร้ยยย---หมวย)

ถึงเรื่องนี้จะมาต่อสปีดช้า แต่ก้อจะรอค่ะ T^T

#4 By Natty (114.128.29.224) on 2009-08-13 01:44

คิมคิ..

คิมคิจะมาทำให้ลีด๊องเป็นคนใหม่ใช่มั๊ย confused smile

จะมาละลายน้ำแข็งในจิตใจของลีด๊องใช่มั๊ย ^^

ขอให้ทำสำเร็จนะจ๊ะ cry

#3 By mhoomin (58.11.73.106) on 2009-08-12 16:05

ทงเฮเริ่มหวั่นไหวแล้วอ่ะดิ
ก็บอมมีเสน่นินะ

บอมก็ดูแลทงเฮดีๆน้า


มาต่อน้าค่า

#2 By (125.25.183.115) on 2009-08-11 23:56

อยากได้เม้นยาวๆบ้างเหรอแพม
บอกได้นะ เด๋วพี่จัดให้ 555



คิบอมมมมมมม อย่าทำแบบนี้เซ่ะ
รู้มั๊ยว่ามันทำให้ไหวหวั่นหวั่นไหว
(คร่ำครวญประหนึ่งตัวเองเป็นนางเอก 555)

แอบอยากไปเกลือกกลิ้งข้างๆคิบอม
กลิ้งบนพื้นก็ยอมนะ หุหุ

คนปากแข็งแต่ใจเริ่มไม่แข็งแล้วอ่ะ
คิบอมทำเอาละลายไปเลยเนอะ
ตกลงที่บ้านจ้างมาเพื่อคุ้มครอง
หรือมาทำให้ทงเฮเป็นคนใหม่กันแน่

ถ้าห้ามใจไม่ได้ ก็ปล่อยให้มันหลงๆเสน่ห์ไปเถอะนะ


ปล. เจอผิดคำนึง (ตามองเห็นแค่นี้)
ประชันสุดริด >> สุดฤทธิ์

#1 By kokoro on 2009-08-11 19:40