[Fic] Story of Melody : The Sound of Music 05 [END]

posted on 20 Jun 2009 17:16 by pam-a-rod in Story-of-Melody

ประกาศอีกครั้งนะคะ


**ท่านใดที่โอนเงินแล้วและยังไม่ได้รับหนังสือ หรือได้รับไม่ครบ ขาดฟิกแถม ไม่มีหน้าสี บลาๆ รบกวนแจ้งมาที่ the-loserville@hotmail.com

**ใครที่ได้รับหนังสือแล้ว ว่างๆก็หย่อนคอมเม้นได้ที่นี่ค่ะ http://lineal.exteen.com

**Story of Melody รอบสองปิดจองแล้วนะคะ ท่านใดที่อยากได้แล้วจับจองไม่ทัน ซื้อได้ที่ www.ficshop.com ค่ะ



---------------------------------



Story of Melody : The Sound of Music

05 – Lucky

 

ทงเฮเริ่มรู้สึกแล้วว่าตัวเองกำลังพลาด…

แล้วที่พลาดที่สุดก็คือการไปออกปากท้าคิบอมแบบนั้นนั่นแหละ


นัยน์ตารีเรียวมองคนที่กำลังเดินผิวปากเข้าบริษัทอย่างอารมณ์ดีด้วยความหมั่นไส้ ร่างสูงเดินแจกรอยยิ้มเรี่ยราดให้คนที่เดินสวนไปมาระหว่างทางเดินไปที่ห้องพี่ชินดง และคิบอมที่กลับเข้าบริษัทมาใหม่หลังจากโดนไล่ตะเพิดไป ก็เป็นจุดรวมสายตาได้พอๆกับฝ่ามืออบอุ่นที่กำลังกอบกุมอยู่ตรงมือของเขาอย่างเปิดเผยนั่นล่ะ

ทงเฮสาบานว่าพยายามแล้วที่จะสะบัดมือออก แต่คนเอาแต่ใจก็แก้นิสัยยากเหมิอนเดิมอย่างไรอย่างนั้น พอเดินเข้าไปในลิฟต์ที่ปิดกั้นทั้งสองคนออกจากโลกภายนอก เสียงทุ้มก็ตวัดถามทันที


“ไม่อยากจับมือฉันรึไง?”

“เออ ไม่อยาก” ทงเฮตอบไปห้วนๆก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น แต่สัมผัสตรงฝ่ามือกลับแน่นขึ้นไปอีก

“ไม่ได้หรอก ฉันจะผูกมัดนายไปแบบนี้แหละ อยากจะหนีก็หนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะทงเฮ”


นั่นไง.. พูดผิดตรงไหน

คราวนี้ลีทงเฮพลาดจริงๆนั่นแหละ


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับจับมือล่ะคิมคิบอม ประเจิดประเจ้อจะแย่อยู่แล้วไม่อายคนอื่นเหรอไง นายเป็นคนดังไม่ใช่เหรอไง ไม่กลัวเป็นข่าวหรอ”

“ไม่กลัว ดีออกข่าวนักร้องกับนักแต่งเพลง ไม่ค่อยเห็นเท่าไรนะทงเฮ ฉันว่าคลาสสิคดีออก”

“ไอ้คิบอม!!”


คราวนื้ทงเฮเริ่มจะเคืองจริงๆจังๆขึ้นมาบ้างแล้ว ดวงตาคู่สวยส่งค้อนเข้าให้วงใหญ่ก่อนจะดึงมือตัวเองออกจากมือกาวข้างๆ แต่ก็ไม่เป็นผล... คิบอมยังคงยืนนิ่งจนทงเฮทุบเข้าไปให้ที่ไหล่ดังอั่กถึงจะสะดุ้งแล้วเผลอปล่อยมือจนได้ ตัวเลขสีแดงกำลังวิ่งอย่างเชื่องช้าถึงเลขเจ็ด และกว่าจะถึงชั้นที่ทำงานของพี่ชินดงก็พอมีเวลาให้คิบอมทำอะไรๆได้อีกเยอะ

มือเรียวผลักอีกฝ่ายให้ชิดกับผนังลิฟต์แล้วใช้สองมือคร่อมไว้จนหมดทางหนี มือเล็กพยายามดันอกอีกฝ่ายให้ห่างไปจากตัวแต่ก็เหมือนไม้ซีกงัดไม้ซุงอยู่ดี รัตติกาลตรงหน้าที่จับจ้องมาเหมือนจะดึงดูดเรี่ยวแรงไปจนหมด และก็เหมือนจะสะกดจิตไปในตัวด้วยเพราะตอนนี้ทงเฮกำลังใจเต้นไม่เป็นส่ำ


“จะทำอะไร?”

“จูบดีไหม”

“บ้าเอ้ย ผีเข้าหรือไงนายน่ะ ทำตัวประหลาดมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ”

“ทำไม คนรักกันก็ต้องแสดงออกว่ารักเป็นธรรมดา”

“ใครรักนาย”


คิบอมไม่เถียงกลับด้วยคำพูด แต่เจ้าตัวเถียงกลับด้วยการกระทำแทน ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนทงเฮต้องหลับตาเพราะรู้อยู่แก่ใจว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น ทว่าเสียงติ๊งของลิฟต์และเสียงประตูที่เคลื่อนออกก็เหมือนสัญญาณช่วยชีวิต.. ทงเฮลืมตาพรึ่บและหันไปมองทางออกที่สว่างสดใสตรงหน้าเพราะคิดว่าถึงชั้นที่เป็นห้องทำงานพี่ชินดงแล้ว


แต่ก็พลาด...

เพราะมันแย่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก


พนักงานในบริษัทสามสี่ชีวิตที่ยืนรอลิฟต์อยู่กำลังอ้าปากค้าง เมื่อนักร้องดังกับคนที่จำได้ว่าเขียนเพลงให้กำลังจะกดกันในกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆอยู่รอมร่อ บรรรยากาศอึ้งสนิทยังคงค้างอยู่แบบนั้นสักครู่หนึ่ง แล้วทงเฮที่รู้สึกตัวก่อนใครรีบกดมือไปที่ปุ่ม close ก่อนจะหันกลับมาหยิกคิบอมเต็มแรง


“ทำอะไรของนายน่ะ!! ป่านนี้เค้าคงเอาไปพูดกันให้ทั่ว”

“ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องไปป่าวประกาศเอง”

“โอ๊ย ไม่คุยด้วยแล้ว!!”


ทงเฮที่วันนี้เหวี่ยงไปแล้วสิบรอบเป็นอย่างต่ำก้าวออกจากลิฟต์ทันทีแล้วก็พบว่าคราวนี้ปลอดภัยจนได้ นัยน์ตาคู่สวยหันไปค้อนอีกฝ่ายยกใหญ่พร้อมกับผลักประตูเข้าไปก่อนไม่สนใจ ชินดงที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานเงยหน้าขึ้นมาเห็นทงเฮก็พอจะรู้แล้วว่าจะมีใครตามมาทีหลัง

แล้วใบหน้าของรุ่นน้องที่ทำงานร่วมกันมาหลายปีก็ปรากฏสู่สายตา

บรรยากาศกดดันจนทงเฮต้องออกปากช่วยคนที่พึ่งเหวี่ยงใส่เมื่อครู่จนได้


“พี่ชินดงคุยกับบอร์ดให้หรือยังครับ?”

“คุยแล้วล่ะ”

“ว่ายังไงบ้าง?”


คนพูดถามกลับอย่างรวดเร็วไม่รอให้เว้นช่องว่าง ชินดงถอนหายใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาคิบอมแล้วกวักมือเรียกให้เข้ามาใกล้ คนที่ยอมรับชะตากรรมจากสีหน้าพี่ชินดงเมื่อครู่เรียบร้อยแล้วเดินก้มหน้าก้มตาเข้าไปหาโดยที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองผิดเต็มประตูและเพราะรู้ดีว่าติดคำขอโทษพี่ชายคนนี้มากเพียงใด


“อยากกลับมาทำงานรึยังน่ะเรา?”

“ก็... อยากครับ” คิบอมตอบเสียงแผ่วเบา รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายไม่ตวาดเขาแบบครั้งที่แล้ว และกลับมาเป็นพี่ชินดงที่แสนจะใจดีเหมือนเดิม

“ก็ดี... อัลบั้มใกล้จะเสร็จแล้วนี่ พอเปิดตัวแล้วก็มีคอนเสิร์ตต่อ เตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ”

“หมายความว่า....”

“ไปทำงานสิ ลากแฟนแกไปด้วย มาขอร้องฉันได้ทุกวี่ทุกวันเบื่อหน้าจะแย่”


จะมีอะไรที่ผู้จัดการบริษัทคนนี้ไม่รู้ทันบ้างไหม!!

ทงเฮยืนอ้าปากค้างพร้อมจะเถียงกลับทุกวินาทีแต่คิบอมก็ตวัดสายตาห้ามไว้ก่อน คนที่ยืนเก้ออยู่ไม่รู้จะทำอะไรจะแก้ตัวยังไงจึงเดินมาหลบอยู่หลังคิบอม ใบหน้าหวานที่ซับสีระเรื่อพิงอยู่กับแผ่นหลังกว้างโดยใช้อีกคนเป็นทัพหน้าซะให้เข็ด แต่ร่างสูงที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไรสักนิดแถมยังชอบอกชอบใจก็อมยิ้มรับคำแซวเต็มที่ เจ้าตัวก้มศีรษะให้ชินดงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ย


“ครั้งที่แล้วผมขอโทษนะครับ”

“อืม... ไม่เป็นไรหรอก แล้วก็อย่ามีเรื่องอีกล่ะ คราวนี้จะทงเฮหรือจะฉันก็ช่วยแกไม่ได้แล้วนะ”


คิบอมทำท่าจะพูดอะไรต่อแต่ก็เปลี่ยนใจเพราะมือเล็กกำลังดึงเสื้อเขายิกๆเป็นสัญญาณว่าให้รีบออกไปได้แล้ว คนโดนสะกิดจึงคิดว่าสงสัยทงเฮกลัวจะโดนพูดอะไรแทงใจเข้าอีกเลยอยากรีบออกไป คิบอมโค้งให้อีกฝ่ายอีกครั้งแล้วเดินออกไปจากห้อง หากก็ไม่วายจะแซวให้ทงเฮเขินหนักเข้าไปอีก


“งั้นไปก่อนนะครับพี่ แฟนผมเขินจะแย่แล้ว”

“ใครแฟนใคร พูดให้มันดีๆ”

“คิเฮไง”

“ไอ้บ้า!!” ทงเฮด่าเข้าให้อีกทีก่อนจะยกมือขึ้นแนบหน้าตัวเองที่ร้อนผิดปกติจนรู้สึกได้ หันไปฟ้องคนที่นั่งหัวเราะอยู่ตรงโต๊ะทำงาน “พี่ชินดง เห็นไหมนักร้องของพี่ไม่เข็ดเนี่ย ข่าวพึ่งจะเงียบไปริอาจอยากมีแฟนอีกแล้ว”

“เออคบกันไปเถอะ อย่าให้เรื่องหลุดไปถึงนักข่าวเป็นพอ”


คำตอบของชินดงทำให้คนสองคนเกิดอาการแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว คนหนึ่งยืนยิ้มจนเหมือนแก้มจะระเบิดเอาให้ได้แต่อีกคนกำลังหน้าง้ำอย่างไม่พอใจ ทงเฮส่งสายตาขุ่นๆไปให้ทั้งคู่ก่อนจะเดินออกไปให้คิบอมตามไปง้ออีกครั้ง คนที่วันนี้รู้สึกว่าตัวเองพรุนไปหมดทั้งตัวเดินไปกดลิฟต์อีกครั้งเพื่อจะไปที่ห้องอัดเสียง แล้วก็โดนสวมกอดจากทางด้านหลังเสียก่อน


“โกรธอะไรล่ะ?”

“เปล่านี่.. ปล่อยได้แล้วน่า ฉันช้ำไปหมดแล้ว”

“ยังไม่ได้ทำอะไรเลยจะช้ำได้ยังไง”


แล้วทงเฮก็กระดากปากเกินกว่าจะพูดว่าช้ำตรงไหน

พอเห็นอีกฝ่ายเงียบไปคิบอมก็ผละออกก่อนจะหมุนร่างบางให้มาสบตากัน คิ้วเข้มเลิกขึ้นน้อยๆแทนคำถามทั้งหมดทั้งมวล... เพราะตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองรักทงเฮแค่ไหน ส่วนความรู้สึกของทงเฮเขาก็รับรู้มาตั้งนานแล้ว... คิบอมจึงไม่เข้าใจว่าจะมีปัญหาอะไรอีก


“ทำไมล่ะทงเฮ”

“เปล่า... ฉันแค่กลัวน่ะ”

“ยังไม่มั่นใจอีกเหรอ?”

“อืม”


ทงเฮพยักหน้ายอมรับ เพราะเรื่องจริงมันเหมือนเทพนิยายจนกลัวว่าจะกลายเป็นแค่ความฝัน เพราะเจ็บปวดกับความรักครั้งนี้มามากจนไม่คิดว่าจะสมหวังได้อีก ทงเฮจึงยอมรับตรงๆว่ากลัวที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม การก้าวไปข้างหน้าและทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังนั้น... สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆเลย

หลายปีที่ผ่านมากลายเป็นบทเรียนที่ยากจะลืมเลือน

และคิบอมก็เข้าใจดี


“ไม่เป็นไรหรอก... ฉันขอโทษนะทงเฮ ฉันใจร้อนเกินไป”

“รู้ก็ดี”


คนพูดไม่พูดเปล่า ใช้มือผลักอกอีกฝ่ายอย่างหาเรื่องและเอาคืนไปพร้อมๆกัน คิบอมจึงทำเพียงแค่โอบเอวบางและปล่อยให้คนที่ตื่นแต่เช้ามาปลุกเขาที่คอนโดยืนพิงไหล่แก้ง่วงไปก่อน... ทั้งสองคนยืนรอลิฟต์อยู่ข้างกันสักพักหนึ่ง เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นก่อนประตูเหล็กหนาปึ้กจะเปิดออก แต่แทนที่จะเป็นห้องโดยสารสี่เหลี่ยมว่างๆ กลับกลายเป็นร่างสูงโปร่งของชเวซีวอนก้าวออกมาแทน

ภาพตรงหน้าทำให้ผู้มาใหม่ตาโต

กะว่าจะขึ้นมาหาอยู่พอดี ได้เจอตัวเป็นๆแถมได้เจอซีนเด็ดอีกต่างหาก


“มองอะไร”

“เฮ้ย กูเพื่อนมึงนะเว้ย”

“เออไม่ไว้ใจ จะทำไม”


ซีวอนหัวเราะดังลั่นก่อนจะหันไปเย้าทงเฮเพื่อกระตุกต่อมคนแถวนี้แทน อะไรวะหายหัวไปตั้งนานสองนาน เจอหน้าเพื่อนครั้งแรกก็หวงก้างให้เห็นซะอย่างนั้น อย่างนี้น่าจะไปเรียกกึนซอกกับแทยอนมาถล่มด้วยให้เข็ด


“ไหนว่าแค่เป็นห่วงในฐานะเพื่อนร่วมงานไงทงเฮ”

“สักเรื่องเถอะซีวอน”


เออคู่นี้มันเหมาะสมกันดีแฮะ

ซีวอนคิดขำๆก่อนจะปล่อยให้คนสองคนเค้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวตามสบาย แต่ก็ยังไม่วายจะถามคิบอมให้หายสงสัยกับคำถามที่คาใจมานาน


“แล้วนี่ที่หายไป ไปอยู่ไหนมา?”

“ก็อยู่คอนโด”

“วันก่อนพวกกูไปหากันไม่เห็นมีคนออกมาเปิดประตู”

“สงสัยกำลังยุ่งๆอยู่กับทงเฮน่ะ”


คำพูดที่ตีความได้ประมาณสิบแง่ทำให้ทงเฮประเคนฝ่ามือเข้าให้อีกครั้ง ส่วนซีวอนที่ยืนทำหน้าเอือมระอาอยู่กับความเกินพอดีของเพื่อนรักก็ขอตัวเพราะไม่อยากจะยืนเป็นก้างขวางใคร คนที่คิดแล้วว่าตัวเองไม่น่าขึ้นมาเลยเดินหายเข้าไปในห้องพี่ชินดงพร้อมๆกับเพื่อนสองคนที่เดินเข้าลิฟต์ไปแล้วเรียบร้อย


จะยังไงก็ตามใจเถอะ

มีความสุขกันก็ดี


.
.

 

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว

อัลบั้มใหม่ของคิบอมกำลังโปรโมทและประสบความสำเร็จด้วยดีตามที่คาดไว้ อีกไม่นานก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่โซลให้ทีมงานต้องวิ่งวุ่นหัวหมุนกันอีกครั้ง คุณนักร้องดังที่ตอนนี้มีคิวงานล้นหลามก็ไม่มีเวลาว่างมาเกาะแกะก่อกวนทงเฮอย่างที่เคย และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวมีเวลาว่างที่จะคิดอะไรหลายๆอย่าง

หน้าที่ของเขาจบลงแล้ว จะกลับไปที่ออสเตรียเหมือนเดิมก็ได้หรือจะอยู่นี่แล้วคอยช่วยโปรเจ็คคนโน้นคนนี้ต่อไป... ร่างเล็กยังไม่ได้คิดว่าจะเอายังไงกับอนาคตตัวเองดี เพราะทุกวันนี้เขาก็ให้คิบอมได้ไม่เต็มร้อย ไม่อยากรั้งอีกฝ่ายไว้ทั้งๆที่ตัวเองยังไม่กล้าที่จะก้าวต่อไป


ไม่อยากให้คิบอมรอ

เพราะทงเฮกลัวว่าถ้าวันไหนคิบอมเบื่อขึ้นมา

จะเป็นตัวเขาเองที่ต้องผิดหวังอีกครั้ง


คนที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ในห้องอัดเสียงถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะลากดินสอในมือขีดเขียนไปตามเรื่องตามประสาคนว่างงาน แต่ไม่นานประตูกระจกบานโตก็ถูกเปิดออกให้ได้ยินเสียงวุ่นวายจากข้างนอกเพียงครู่หนึ่ง ทงเฮเงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนแล้วก็ส่งยิ้มให้


“ว่าไง”

“เหนื่อย”


แล้วคนมาใหม่ก็ทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ก่อนจะเอนศีรษะซบกับไหล่บอบบางเพื่อหลับตาลงแล้วพักผ่อน บรรยากาศเงียบๆที่ดูอุ่นๆผิดกับความหนาวด้านนอกทำให้ทงเฮได้แต่นั่งอมยิ้ม คิบอมที่งานยุ่งจนหัวหมุนมักจะแบ่งเวลามาหาเขาได้เสมอและพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ทำอะไรออกนอกหน้าให้ได้มีปัญหากับพี่ชินดงอีก

ถ้าเป็นแบบนี้ไปได้เรื่อยๆก็คงจะดี


กระจกใสที่เกาะพราวด้วยเม็ดฝนทำให้ทงเฮรู้แล้วว่าทำไมเสื้อผ้าของคนข้างๆถึงเปียกชื้น เวลาความสุขที่ไม่มีใครมารบกวนผ่านไปได้ครู่หนึ่ง ก่อนคนที่นั่งหลับตาพิงเขาอยู่นิ่งๆจะตื่นขึ้นมาและทำท่าเหมือนนึกอะไรออก มือเรียวล้วงไอพอตในกระเป๋าเสื้อแจ๊คแกตออกมาแล้วยื่นให้


“ฉันมีแล้ว”

“ไม่ได้หมายความอย่างนั้น... จะให้ฟังเพลง”

“เพลงในอัลบั้มของนายฉันฟังจนเบื่อแล้ว ในเครื่องก็มี”


ทงเฮบุ้ยใบไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำงานมาตลอดทั้งปีทั้งชาติตรงหน้า แต่คิบอมก็หัวเราะแล้วส่ายหน้า ยังคงรั้นที่จะให้คนชอบเถียงแห่งปีรับไปฟัง... คนโดนก่อกวนจึงหยิบหูฟังข้างหนึ่งขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ เสียงดนตรีที่พึ่งขึ้นมาทำให้ทงเฮรู้ว่าเพลงนี้ไม่ใช่เพลงที่ตัวเองเป็นคนเขียน

และไม่ใช่เพลงในอัลบั้มไหนของคิบอมทั้งนั้น


“ของใครน่ะ?”

“ฟังไปเถอะ”


เสียงทุ้มของคิบอมในทำนองแสนไพเราะทำให้ทงเฮหัวใจพองโต แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเนื้อร้องที่กำลังถ่ายทอดความหมายและความรู้สึกมากกว่า แก้มใสซับสีแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆในทุกวินาทีที่เพลงนี้ดำเนินไป...

ทงเฮนั่งนิ่งเหมือนกำลังโดนสาปให้เป็นหิน ได้ยินเพียงแค่เสียงหัวใจที่เต้นแรงและเสียงของกำแพงบางๆที่ล้มครืนไม่เป็นท่า ร่างเล็กค่อยๆถอดหูฟังออกเมื่อเมโลดี้ตัวสุดท้ายจบลง นัยน์ตารีเรียวมองคนข้างๆที่กำลังนั่งลุ้นระทึกเงียบๆในใจ


“เขียนให้สาวที่ไหนล่ะ?”

“ทงเฮอ่า....” คิบอมประท้วงเสียงอ่อน ใบหน้าคมคายเริ่มกระจายไปด้วยความน้อยใจ “ฟังแล้วก็รู้นี่ว่าเขียนให้ใครแล้วจะย้อนฉันทำไม”

“นายเขียนให้ฉันจริงๆเหรอ?”


คนพูดชี้ไปที่ตัวเองเพื่อทวนความแน่ใจให้เต็มร้อย ถึงจะรู้ดีว่าถ้อยคำในเพลงนั้นมันตรงกับเรื่องราวของเขาและคิบอมมากขนาดไหน แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลงทุนแต่งเพลงให้... คิบอมที่ไม่เคยจับปากกาเขียนอะไรจริงๆจังๆตั้งแต่สมัยมหาลัยน่ะเหรอจะทำเพื่อเขาขนาดนี้ แล้วทำในขณะที่ตัวเองกำลังยุ่งเรื่องงานอยู่เนี่ยนะ

ไม่อยากจะเชื่อเลย...


“ก็เขียนให้ทงเฮนั่นแหละ”

“พูดเหมือนไม่เต็มใจเลยนะ”

“เต็มใจจะแย่แล้วเนี่ย ฉันอดหลับอดนอนเลยนะ ดูนี่สิ”


แถมยังต้องแอบทำอีกต่างหาก... คิบอมบ่นในใจก่อนจะชี้ให้อีกฝ่ายดูรอยหมองคล้ำใต้ตาเป็นหลักฐานพิสูจน์เต็มที่ ทงเฮเบะปากน้อยๆเหมือนไม่เชื่อแต่คนมองก็กล้าพอที่จะยืนยันต่อ นัยน์ตาดำขลับจับจ้องไปยังดวงตาคู่เดิมที่มักจะมองมาที่เขาแค่เพียงคนเดียว เสียงทุ้มเอ่ยหนักแน่น


“ฉันหมายความตามแบบนั้นจริงๆนะ ใจอ่อนได้รึยัง?”

“แล้วใครบอกว่าฉันใจแข็ง”

“ทงเฮอ่า...”

“นายก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่คิบอม”

“ก็รู้ว่านายขี้ใจอ่อน แล้วเมื่อไรถึงจะยอมใจอ่อนกับฉันสักทีล่ะ?”


คนดื้อดึงเอาแต่ใจที่แก้นิสัยยังไงก็แก้ไม่หายออดอ้อนอีกครั้ง บทเพลงเพราะๆทึ่คิบอมมอบให้ละลายกำแพงที่กั้นอยู่ในใจได้จริง แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร ทงเฮยังคงพยายามยึดมั่นกับคำพูดของตัวเองที่ว่าต้องให้พิสูจน์ และทุกสิ่งทุกอย่างต้องใช้เวลา ต้องค่อยๆดำเนินไป


“ยังหรอก”

“โธ่.. ฉันหมดมุขแล้วนะทงเฮ”

“พูดมากน่า”

“งั้นก็ได้ๆ” คิบอมยอมรับทั้งๆที่ยังหน้าง้ำ แต่ทงเฮก็รู้ว่าเจ้าตัวไม่ได้โกรธอะไรจริงจัง “ฉันจะรอนะ...”

“อืม”

 

เท่านั้น

รอยยิ้มกว้างก็ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของคิบอม

ถ้ามันหมายความว่าเขาจะได้อยู่ข้างทงเฮแบบนี้ตลอดไป

จะให้รอนานแค่ไหนก็ไม่เป็นไรเลย....


.
.


อาจจะดูเนิ่นนานอาจจะผ่านมาแสนไกล ที่เราต่างคนต่างเดินต่างไปในวันนั้น
อาจมีใครหลายคน ก็อาจมีคนเป็นร้อยพัน ที่เขามาทำให้คืนและวันฉันหมุนไป

หรือเพราะว่าเขาไม่ใช่เธอ และเหมือนว่าชั้นนั้นยังไม่เจอกับสิ่งที่ตัวเองทำหล่นหาย
หรือเพราะวันนั้นเองที่ชั้นทำเรื่องเราพลาดไป ไม่อาจจะทำให้เรากลับไปเป็นอย่างวันนั้น

รู้สึกอย่างฉันบ้างไหมว่าวันที่ไม่มีเธออยู่ วันที่เธอไม่อยู่... ชีวิตก็ดูไม่มีความหมาย
รู้สึกอย่างฉันบ้างไหมว่าวันที่เรามีกันข้างกาย...ที่เรามีกันข้างกาย ไม่มีวันไหนที่ไม่สุขใจเลยสักวัน

อาจจะดูไม่ทันและมันอาจจะสายไป เมื่อทางที่เราต่างคนต่างไปมันไกลแล้ว
และจะยังเฝ้าคอยถึงแม้จะดูไม่มีวี่แวว จะรอเธอเสมอและจะไม่รักใคร

นั่นเพราะว่าเขาไม่ใช่เธอ และเหมือนว่าฉันนั้นเพิ่งเจอกับสิ่งรอเมื่อวันที่สาย
และในวันนั้นเองที่ชั้นทำเรื่องเราพลาดไป ไม่อาจจะทำให้เราคืนไปเป็นอย่างวันนั้น

หากว่าเรารู้สึกเหมือนกัน อยากให้เรากลับมาเป็นเหมือนดังวันเก่าจะได้ไหม
อยากขอสักครั้ง ขอแค่สักครั้ง ขอโอกาสสุดท้าย...
ให้เธอกลับมา ให้เธอได้กลับมาหา

 

ตอนนี้ คิบอมกำลังกำโอกาสสุดท้ายไว้ในมือ และคิดว่าจะไม่ปล่อยให้มันหลุดลอยไปไหนอีก

 

 


THE END

Comment

Comment:

Tweet

ว้าวววว ถือว่าแฮปปี้เอนดิ้งเนอะ
ยิ้มมุมปากเลยทีเดียว
ชอบฉากในลิฟอ่าค่ะ อิอิ

รุสึกอย่างชั้นบ้างไหม ว่าวันที่ไม่มีเธอ วันที่เธอไม่อยู่
ทุกอย่างก้ดูไม่มีความหมาย.. ตรงเนอะ ^^

lสนุกดีค่ะ

#8 By madamKIM (113.53.217.233) on 2010-12-18 15:12

แฮปปี้สักทีน่ะ

#7 By 129 (125.24.130.13) on 2010-02-21 19:02

อิอิ ในที่สุด ก็ ตามเจอ ได้อ่านซักที หลังจาก ที่ห่างหายไป เกือบปี

ขอบคุณนะคะ ที่เขียนเรื่องนี้

#6 By baby (124.120.43.228) on 2010-02-08 15:50

สุดท้ายก็แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ..
ลุ้นจนเหนื่อย..
น้ำตานองหน้าเปียกผ้าเข็ดหน้าหมดเลย..

ต่อจากนี้ก็พิูสูจน์ให้หมวยใจอ่อน..
ทำให้หมวยเห็นว่ารักละกันนะ..
เป็นกำลังใจให้จ๊ะ..

#5 By tonn[aor] on 2009-11-19 01:31

มีความสุขจัง อย่าปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไปอีกละคิบอม

ชอบเรื่องนี้มากเลยอะ บีบหัวใจมากๆ

ความรักที่เกิดจากความเปนเืพื่อนมักจะเจ็บปวด แต่ถ้าลงเอยด้วยดี มันก้อจะเปนความรักที่น่าอิจฉามากๆเลย

ว่าแต่ซีวอนน่าจะมีคู่กะเค้าเนอะ

#4 By bb (202.176.94.4) on 2009-08-27 16:46

ว๊าววววววว ว ..

ในที่สุดก็จบอย่างสวยงามน้ะ > < !!

ชอบมากกก ก ''

เรื่องนี้ แต่งได้อินสุดๆอ่ะ > <!!


ชอบ บบ .

#3 By TONKLA (115.67.223.40) on 2009-06-27 22:29

ในที่สุดก็แฮปปี้เนอะ confused smile

บอมอ่า~

ความรักครั้งนี้หมวยเจ็บปวดมามาก

หวังว่าต่อแต่นี้ไปหมวยจะไม่ต้องร้องไห้อีกนะ

รักหมวยให้มากๆ แล้วก็ตลอดไปด้วยหล่ะ

ถ้านายทำไม่ได้นะ

เด๋วนูน่าจะไปเอาหมวยมาเลี้ยงดูเอง 55+

#2 By mhoomin (58.11.56.17) on 2009-06-21 21:36

ในที่สุดก็แฮ็บปี้ซะที
ทงเฮก็อย่าปล่อยให้บอมรอนานน้า
ชอบเรื่องนี้มากเลยค่า
แต่งดีจริงๆ

#1 By (58.8.143.131) on 2009-06-21 16:12