Somewhere only we know
-05-
ผ่านมาสองวัน.. แต่ทงเฮกลับรู้สึกว่ายาวนานราวกับสองปี
หลังจากที่ทะเลาะกับคิบอมไปใหญ่โตวันนั้น..เจ้าตัวก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย คนที่รับผิดชอบเอาข้าวเอาน้ำมาให้กินคือซีวอน แต่ก็เพียงแค่เอาจานข้าวมาวางไว้แล้วก็เดินออกไป ทงเฮไม่คิดจะชวนคุยหรือซักถามอะไรให้มากเรื่อง เช่นเดียวกับซีวอนที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากสนทนากับเขาเช่นกัน
การอยู่คนเดียวเงียบๆก็มีผลดีอยู่บ้าง มันทำให้เขามีสมาธิมากพอที่จะคิดหาทางออกจากบ้านหลังนี้ คิดหาทางหนีจากการถูกจับเป็นตัวประกัน ถูกกักขังราวกับนักโทษ
“ทำยังไงดีน้า.. แต่ถ้าโดนพวกนั้นจับได้คราวนี้โดนหนักกว่าตบแน่ๆ”
คนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงพึมพำกับตัวเองอย่างท้อใจ ตอนนี้สองมือเป็นอิสระแล้วเพราะไม่มีใครอยากมาแกะเชือกและมัดใหม่ให้เขาทุกครั้งเวลากินข้าว และทงเฮก็ฉลาดพอที่จะทำตัวว่านอนสอนง่ายให้ผู้ร้ายตายใจ เลิกดื้อเลิกพยศและกลับมาเป็นคนใจเย็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
ตอนนี้เขามีอิสระที่จะเดินไปไหนมาไหนได้ แต่ก็แค่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนี่.. พวกนั้นเปลี่ยนจากการมัดมือเขาเป็นล็อกแม่กุญแจจากด้านนอกประตูแทน นานๆทีถึงจะผลัดเปลี่ยนกันมาดูว่าเป็นยังไงบ้าง จากที่กะคร่าวๆในใจก็ทุกสามหรือสี่ชั่วโมง นั่นก็เท่ากับเวลาที่เขาจะใช้หนีได้
ต้องคิด.. ต้องคิดให้ออกว่าจะไปจากที่นี่ได้ยังไง
แผนการทุกอย่างต้องมีช่องโหว่ ไม่มีใครที่จะสามารถวางแผนได้รัดกุมร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก
ทงเฮคิดแบบนั้น.. เพราะอย่างน้อยก็ทำให้เขามีความหวังขึ้นมาบ้าง
.
.
“เป็นไงบ้างวะคยูฮยอน”
“เท่าที่เช็คดู ยังไม่มีข่าวอะไรเลย.. สงสัยพ่อคิดว่าลูกชายหนีไปเที่ยวล่ะมั้ง”
“ก็ไม่แปลก เพราะก่อนจะพามา สองคนนี้ทะเลาะกันยกใหญ่”
คิบอมตอบพลางกัดขนมปังปิ้งเข้าปากไปด้วย มือเรียวผลักแก้วกาแฟให้เขยิบไปก่อนจะกางหนังสือพิมพ์ของเมื่อสามวันก่อนอ่านซ้ำอีกครั้ง หากยังไม่ทันได้กวาดสายตา.. คิ้วเข้มก็ต้องขมวดมุ่นเมื่อรู้สึกได้ถึงดวงตาสองคู่ที่กำลังจับจ้องอยู่
“อะไร?”
“แล้วมึงจับมาทำไมวะเนี่ย ไม่ได้เงินขึ้นมานี่ซวยเลยนะ” คยูฮยอนถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกเหมือนอยากจะตายตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าเรื่องกลับตาลปัตรแล้วไม่ได้เงินสักแดง งานเข้าแน่ๆ
“แล้วคืนนั้นใครมันโทรมาเร่งกูยิกๆวะ”
“ก็ตำรวจมันจะตามเจอแล้วนี่หว่า ไม่รีบเผ่นได้เข้าซังเตกันพอดี กูซัดทอดนะขอบอก”
คิบอมหัวเราะ ยกกาแฟชนิดหวานบาดคอขึ้นมาจิบก่อนจะตอบกลับไปให้เพื่อนๆวางใจ เป็นการคาดเดาที่ตัวเขาก็ยังไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นไหม แต่เท่าที่สังเกตการณ์มาร่วมสองอาทิตย์ก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด
“กูว่าจ่าย ช้าเร็วขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะวุ่นวายตอนไหน”
“ยังไงวะ” ซีวอนกับคยูฮยอนถามขึ้นมาพร้อมกัน คิบอมจึงออกปากอธิบายให้ฟังอย่างละเอียด
“ก็คนพ่อนั่นวันๆก็ทำแต่งานการเมือง ไปเลี้ยงสังสรรค์ งานของบริษัทที่ทำกำไรเป็นล้านๆนั่นทงเฮเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ขาดประธานบริษัทไปทั้งคนบริษัทก็ต้องเป็นอัมพาตสักสามสี่วัน คงจะเสียกำไรไปหลายล้านให้เดือดร้อนกันไปหมดนั่นล่ะ”
“กูก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”
“โอ๊ย.. ก็ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาไงล่ะวะ พอทงเฮไม่อยู่นั่นแหละถึงจะรู้ค่าว่าสำคัญแค่ไหน กูมั่นใจว่าเค้าต้องจ่ายเงินเพื่อพากลับไป เค้าได้ลูก เราได้เงิน win-win”
คยูฮยอนกับซีวอนพยักหน้า ริ้วรอยของความไม่แน่ใจเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนที่เป็นนักวางแผนประจำกลุ่มอย่างซีวอนก็ยังไม่ค่อยวางใจ กลัวว่าจะมีอะไรมาทำให้แผนการอันสมบูรณ์แบบของเขาล้มไม่เป็นท่า ความไม่แน่นอนเพียงนิดเดียวอาจนำไปสู่การย้ายบ้านไปนอนในคุกได้
“แล้วถ้าไม่ได้เงินล่ะ?”
“ก็แผนเดิม ปลอมตัว ปลอมพาสปอร์ตกับวีซ่า เผ่นไปแถบบ้านนอกของอเมริกา กินเงินเก่าหรือจะเอาไปฟอกแล้วทำธุรกิจปลูกข้าวโพดก็ได้นะ กูไม่เกี่ยง”
“ลำบากกูนั่งปลอมเอกสารอีกสิมึง เลิกคิดไปเลยอาชีพชาวไร่เนี่ย” คยูฮยอนขัดขึ้นมาให้คิบอมต้องหัวเราะดังๆอีกครั้ง พร้อมกับเสริมต่อ “ไปพเนจรอยู่แถวๆเวกัสดีกว่า เงินปั้นเงิน เห็นผลกันจะๆ”
“เงินปั้นบ่อนละสิไม่ว่า ถ้าเล่นแล้วไม่เสียป่านนี้ก็รวยกันทั้งโลกแล้ว”
ซีวอนด่าผีพนันก่อนจะหยิบนิตยสารแม็กซิมที่คิบอมรีเควสให้ซื้อมาเขวี้ยงใส่เป็นของแถม หน้าปกผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยยวนตาเรียกความสนใจให้คยูฮยอนหยิบขึ้นมาเปิดอ่านแบบไม่ต้องคิด บทสนทนาของเช้านี้จึงจบลงพร้อมกับต่างคนต่างแยกกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง
พ่อไอทีของกลุ่มต้องไปนั่งหง่าวเช็คข่าวหน้าคอมต่ออย่างที่ทำมาทุกวัน ส่วนซีวอนต้องนั่งศึกษาแผนที่และระยะทางจากสถานที่แลกเปลี่ยนตัวประกันไปยังที่กบดานเพื่อรอจะเผ่นออกนอกประเทศ เหลือแต่คิบอมที่ยังว่าง.. เพราะหน้าที่ของเขาคือใช้กำลังอย่างเดียวล้วนๆ
คนที่ไม่มีอะไรจะทำเพราะไม่รู้จะทำอะไรจึงเดินขึ้นไปชั้นบน ปลดล็อกแม่กุญแจตัวใหญ่ที่คล้องอยู่ตรงประตูก่อนจะเปิดผางเข้าไป และภาพที่เห็นก็ทำให้ความใจเย็นละลายหายไปหมด
“คิดจะทำอะไรน่ะ!!”
ทงเฮกำลังนั่งอยู่บนขอบหน้าต่างที่กำลังเปิดโล่ง เตรียมจะส่งตัวเองลงไปข้างล่างอยู่แล้วถ้าคิบอมไม่เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งรีบก้าวเร็วๆพร้อมกับยื่นมือไปเพื่อจะจับตัว แต่ทงเฮก็ขู่ไว้ด้วยเสียงดังลั่น
“ถ้านายก้าวเข้ามาอีกก้าว ฉันจะโดด”
“กล้าเหรอไง”
“อย่าท้านะ”
คิบอมไม่คิดว่าทงเฮจะกล้าทำ ในสายตาของเขาอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่คุณหนูใจแข็งก็เท่านั้น แล้วก็อยากจะรู้นักว่าไปทำอีท่าไหนถึงได้งัดหน้าต่างจนเปิดออกแล้วจะกระโดดหนีอย่างนี้ คิบอมเหยียดยิ้มน้อยๆก่อนจะสาวเท้าเดินหน้าไม่สนใจ
“ฉันโดดจริงๆนะ”
“เอาสิ”
แล้วทงเฮก็ตัดสินใจทำสิ่งที่คิบอมคาดไม่ถึง..
ร่างทั้งร่างหล่นตุบจากหน้าต่างชั้นสองลงไปที่สนามหลังบ้านซึ่งมีผ้าปูที่นอนกองใหญ่พร้อมกับหมอนนุ่มๆและผ้าห่มรองอยู่ นัยน์ตาคมตวัดไปมองบนเตียงแล้วก็ต้องกัดฟันเพื่อข่มความโกรธไว้สุดใจ ก็ว่าทำไมเขาถึงไม่สังเกตเห็นตั้งแต่แรก ไอ้ที่ตะโกนบอกว่าอย่าเข้ามานั่นมันเป็นการเรียกความสนใจดีๆนี่เอง
มันน่านัก..
คิบอมรีบวิ่งลงไปข้างล่างด้วยความเร็วที่คยูฮยอนและซีวอนไม่ทันถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขาสามคนไม่ได้สังเกตเลยว่าทงเฮโยนผ้ากองใหญ่ลงมาตอนไหน แต่ตอนนี้.. ที่สำคัญคือต้องจับตัวกลับมาให้ได้ก่อนเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต
มือเรียวผลักประตูหลังบ้านจนกระทบกับกำแพงดังปัง กวาดสายตามองไปรอบๆก่อนจะเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่ายกำลังหายเข้าไปในป่า คนที่เป็นทั้งนักกีฬาและอยู่ในกองฝึกเก่าจึงรีบวิ่งตามไปไม่ปล่อยให้คลาดสายตา เห็นท่าวิ่งที่ใช้มือข้างหนึ่งพยุงแขนคิบอมก็พอจะเดาได้แล้วว่าต้องเจ็บตัวที่ไหนสักที่แน่ๆ
“ลีทงเฮ..”
ร่างสูงตะโกนดังลั่นก่อนจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีก ทงเฮเองก็วิ่งชนิดที่ว่าลืมเจ็บลืมเหนื่อย แรงกระตุ้นที่ดีที่สุดคือความคิดที่บอกตัวเองว่าต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ยอมไปตายข้างนอกดีกว่าที่จะให้เงินของพ่อทำให้ตัวเองรอดชีวิต ยอมหนีไปให้ไกลดีกว่าที่จะให้คิบอมสมหวังกับเงินก้อนนั้น
แต่ทงเฮคงทำบุญมาน้อยเกินกว่าจะได้สมหวังกับสิ่งที่ตัวเองปรารถนา
ร่างเล็กถูกโถมทับด้วยคนที่กวดฝีเท้าวิ่งตามมา คิบอมจับคนตรงหน้าไว้มั่นด้วยลมหายใจหอบเหนื่อย
“ปล่อยฉัน!!”
“ประสาทรึเปล่า รู้มั้ยว่าต้องเสียแรงขนาดไหนกว่าจะได้ตัวมา”
“ขอร้องล่ะ.. ปล่อยฉันไปเถอะ”
เสียงสั่นๆกับความอ่อนแอที่กลั่นกลบเต็มขอบตาทำให้คิบอมชาไปทั้งร่างเหมือนโดนชกเข้าเต็มหมัด คนที่ไม่รู้จะทำยังไงจึงค่อยๆรั้งศีรษะนั้นให้เข้ามาใกล้ก่อนจะกอดอีกฝ่ายไว้แนบอก ลูบเรือนผมนุ่มเบาๆให้อีกคนวางใจ
คิบอมที่อ่อนโยนขึ้นทำให้ทงเฮเลิกพยศ กำลังจะวางใจว่าอีกฝ่ายคงไม่ใช่คนเลวอะไรถ้าไม่ได้ยินเสียงเข้มที่กำลังกระซิบอยู่ข้างหูเสียก่อน
“ผมปล่อยคุณไปไม่ได้หรอก.. ขอโทษด้วย”
ทงเฮผลักอีกฝ่ายออกเต็มแรงก่อนจะพยายามลุกขึ้นหนีอีกครั้ง แต่คิบอมก็ไวพอที่จะคว้าแขนข้างที่เจ็บไว้แล้วบิดจนคนเจ็บต้องร้องลั่น สองขาที่กำลังจะก้าวทรุดลงแนบกับพื้น นัยน์ตารีเรียวคู่นั้นตวัดกลับมาแทนความแค้นเคืองทั้งหมดที่กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่คนมองก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าต้นไม้ใบหญ้ารอบทาง
ยังไงหน้าที่ของเขาก็สำคัญกว่า
ยังไงคิบอมก็ทรยศเพื่อนสนิทตัวเองสองคนเพื่อคนๆนี้ไม่ได้จริงๆ
.
.
“คงจะเคล็ดตอนที่ตกลงมาน่ะ”
คุณหมอจำเป็นอย่างซีวอนสรุปมาว่าแบบนั้น มองท่อนแขนขาวที่เริ่มเขียวช้ำอย่างท้อใจก่อนจะหยิบหลอดยามาทาให้ พันผ้าไว้ตามที่เคยได้เรียนมาเล็กน้อยจากมหาวิทยาลัย จากนั้นก็เดินไปหาพวกยาแก้อักเสบมาประเคนคุณหนูเจ้าปัญหาอีกระลอก
“พวกผมไม่ได้อยากให้คุณตาย เลิกสร้างปัญหาสักทีจะได้มั้ย”
คยูฮยอนที่กำลังโมโหกระแทกแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียจนกระฉอก ได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือมาแล้วว่านอกจากจะปากจัดแล้ว ข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน แถมยังมาคิดจะหนีอีกนี่ก็เหลือทน ถึงเขาจะยังไม่เคยไปรับมือแต่โดนแบบนี้ก็ปวดหัวไม่น้อยเหมือนกัน เพราะถ้าหนีรอดออกไปได้ คยูฮยอนคนนี้นี่แหละที่จะงานเข้าที่สุด
“ก็ใจเย็นดิวะมึงนี่”
“จะเย็นไม่ลงแล้วเนี่ย กูจะประสาทอยู่แล้ว ข่าวก็ไม่ออกมาสักที แถมเมื่อกี้ถ้าไอ้คิบอมไปจับตัวกลับมาไม่ทัน มีหวังได้เก็บข้าวของไปนอนกินข้าวแดงแน่มึง”
“แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ใช่หรือไง” ซีวอนพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบพ่อคอมพิวเตอร์ที่กำลังควันขึ้นด้วยความโมโห “เออน่า.. เดี๋ยวกูจัดการเอง ไปสงบสติอารมณ์ข้างนอกไป”
ซีวอนรุนหลังระเบิดลูกย่อมๆให้ออกไปด้านนอก พอเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็กลับมานั่งข้างคิบอมที่กำลังเปิดทีวีดูไม่สนใจ เอื้อมมือไปหยิบยาหลอดยื่นให้ทงเฮพร้อมทำสายตาดุๆว่าให้รับไป อย่าเถียงมาก
“เดี๋ยวไว้ผมจะลองกูเกิ้ลดูอีกทีว่าต้องปฐมพยาบาลอะไรเพิ่มรึเปล่า แต่คงพาไปโรงพยาบาลไม่ได้ ขอโทษด้วย”
ซีวอนพูดก่อนจะหันไปสนใจกับทีวีเป็นเพื่อนคิบอม ทงเฮพบว่าผู้ชายกลุ่มนี้ก็สุภาพเป็นและไม่ได้ป่าเถื่อนอะไรมากนัก อาจจะยกเว้นก็แต่คนที่โมโหเดินออกไปเมื่อครู่ แล้วทำไม.. คนที่มีทั้งหน้าตาและความสามารถเป็นทุนทรัพย์อย่างสามคนนี้ ถึงได้มาประกอบอาชีพอะไรที่....เกินกว่าที่คนปกติเขาจะทำกัน
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสองคนที่กำลังนั่งดูทีวีที่ไม่หยุดอยู่ที่ช่องใดช่องหนึ่งอย่างครุ่นคิด จะงัดเอาเหตุผลหมื่นแปดพันล้านที่ไหนมาก็ไม่เข้าเค้า เพราะตัวเขาเองก็ไม่รู้จักคนพวกนี้เลยด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีก็โดนจับมาแล้วต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และจากเหตุการณ์เมื่อครู่.. ทงเฮก็พอจะเดาได้ว่าคงได้ใช้เวลาอยู่กับพวกนี้มากกว่าเดิม เพราะคิบอมคงไม่ปล่อยให้เขาคลาดสายตาไปไหน
ก็แน่ล่ะ.. ลีทงเฮมีค่าตั้งหลายล้านวอน
มีค่า.. ก็แค่นั้น
“เฮ้ยๆๆๆ”
เสียงตื่นตกใจของซีวอนทำให้ทุกคนสะดุ้งตื่นขึ้นจากความคิดของตัวเอง คนที่ร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดแย่งรีโมทมาจากมือคิบอมที่คอยแต่จะเปลี่ยนช่องไปมาไม่หยุดนิ่ง มือเรียวกดไล่กลับไปยังช่องเดิมที่พึ่งผ่านมา รายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ทุกคนเฝ้ารอกำลังฉายชัดอยู่บนจอทีวี
ทงเฮเห็นหน้าตัวเองกำลังเผยแพร่ออกอากาศไปทั่วประเทศ
“คยูฮยอน!!”
ซีวอนตะโกนเรียกสมาชิกอีกคนนึงเสียงดังลั่น จากนั้นก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อยภายในบ้าน เพราะถ้าเมื่อไรที่เห็นข่าว ก็แปลว่างานของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง แปดสิบเปอร์เซนต์คือการอยากได้ตัวบุคคลคืนมากกว่าตลบหลังด้วยแผน และตอนนี้พวกเขาก็กำลังเชื่อในแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ว่า
“รอกูร่ายมนตร์แปปนึง รับรองว่าตำรวจตามรอยสัญญาณนี่ไม่เจอ”
คยูฮยอนหยิบโน้ตบุคสองตัวขึ้นมาตั้งตรงหน้า กดคีย์บอร์ดดังแก๊กๆพร้อมกับซีวอนที่เดินดูกระดาษในมือไปมาราวกับหนูติดจั่น ทงเฮไม่รู้หรอกว่าคนพวกนี้กำลังคิดจะทำอะไร ตอนนี้เขาเหนื่อยและง่วงจากฤทธิ์ยาเกินกว่าจะออกปากถาม จึงได้แต่นั่งอยู่ข้างๆคิบอมบนโซฟาอย่างว่าง่าย
จนกระทั่งเผลอหลับไป..
.
.
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในช่วงกลางคืนให้คนที่กำลังงัวเงียต้องลืมตาตื่นขึ้นมาจนได้ คิ้วเข้มที่พาดระหว่างรอยยับบนหน้าผากขมวดเข้าเป็นปมด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์ก็ดับไปซะก่อน แต่ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นใครที่โทรมาดึกดื่นขนาดนี้ จึงตัดสินใจหยิบขึ้นมาเปิดระบบฝากข้อความฟังดู
เสียงของผู้พูดเป็นใครก็ไม่รู้ ไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะถูกดัดแปลงด้วยโปรแกรมให้เปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงขึ้นๆลงๆจับเนื้อเสียงไม่ได้แน่นอน.. หากคำพูดที่ส่งมากลับชัดแจ้งทุกถ้อยคำ
“ตอนนี้ลีทงเฮอยู่กับฉัน ถ้าอยากเจอหน้าลูกชายอีกครั้ง โอนเงิน 60 ล้านวอนเข้าบัญชี 220814100359 ภายในเที่ยงคืนของวันที่ 25”
จากนั้น กรมตำรวจก็ถึงขั้นโกลาหลเมื่อนักการเมืองชื่อดังวิ่งโร่เข้าแจ้งเบาะแสเพิ่มเติมกลางดึก ข้อความนั้นถูกเปิดฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลที่มีทั้งหมดในตอนนี้คือเลขบัญชีที่ไม่สามารถแกะรอยได้ แต่ข้อมูลของคนร้าย... มีมากจนน่าตกใจ
“คิดว่านี่น่าจะเป็นแก๊งเดิมที่เคยก่อคดีมาแล้วสองครั้ง” แฟ้มที่เก็บข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ถูกพลิกหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกระทั่งเจอกับข่าวที่ตัดมาจากหนังสือพิมพ์ออสเตรเลียและเซี่ยงไฮ้ “ผมเห็นว่าน่าสนใจเลยตัดเก็บไว้ โจรเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้เคยเป็นข่าวดังเมื่อหลายปีก่อน นานๆถึงจะลงมือ แต่สำเร็จทุกครั้งไม่เคยมีข้อผิดพลาด ไม่เคยตามตัวได้เจอ”
“ถ้าไม่จ่ายเงิน จะเกิดอะไรขึ้นกับตัวประกัน?”
“ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับท่าน เพราะทุกคนที่ผ่านมายอมจ่ายหมด”
“แล้วถ้าฉันไม่?”
“ผมคิดว่า.. ท่านคงต้องเสียลูกชายไป ถ้าจะยอมเสียเงินกับการจ้างมือดีมาตามตัว เสียเงินเพื่อซื้อชีวิตลูกชายไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ?” ความเห็นของตำรวจคนนี้ทำให้คนที่กำลังลังเลชะงักกึก ภายในห้องที่มีคนอยู่หลายคนกลับเงียบจนได้ยินแต่เสียงลมหายใจ “ลองไปคิดดูแล้วกันนะครับ”
To be continued
ช้า สั้น ออกทะเล ตามระเบียบ ฮ่าๆๆๆๆๆ
เจอกันตอนหน้า
Happy Holiday ค่ะทุกท่าน XD

