[SF] When Something Wrong : Love Me Love My Game
posted on 14 Mar 2011 04:01 by pam-a-rod in When-Something-WrongTitle : [SF] When Something Wrong : Love Me Love My Game
Author : pam-a-rod
Genre : YAOI Romance
Warnings : YAOI : PG-13
Pairing : Kibum x Donghae
Notes : รับความหยาบคายไม่ได้ ควรปิด
“เฮ้ยคิบอม น้องมึงไปไหนวะ?”
เสียงของคยูฮยอนที่ตะโกนถามมาทำให้คิ้วเรียวเข้มถึงคราวกระตุกขึ้นหน่อยๆ ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนรอยยับจากการใช้ความคิดตรงกลางหน้าผากจะทำให้คนถามรู้กลายๆ แล้วว่าคำตอบคืออะไร
“ไม่รู้ว่ะ”
“กูก็ว่างั้น”
“อ้าว กวนตีน แล้วจะถามทำไมตั้งแต่แรก”
คิบอมปาหนังสือในมือให้เป็นของขวัญ แต่ก็ทำได้แค่บินผ่านหัวคยูฮยอนไปเท่านั้น เพื่อนรักที่หัวเราะ หึหึ อยู่ในลำคอทิ้งตัวลงนั่งตรงข้าม ก็ไม่แปลกใจว่าทำไมคิบอมถึงเรียกมาบ้านได้ ดูจากสภาพแวดล้อมและบรรยากาศแล้ว ที่แท้ก็นั่งเหงาหง่าวอยู่คนเดียวนี่เอง
“แล้วพี่ทงเฮล่ะ?”
“มึงจะถามให้ครบทุกคนในครอบครัวกูเลยมั้ย?”
“พี่ทงเฮไม่ใช่คนในครอบครัวมึง อย่าทำเนียน”
“ไอ้เพื่อนเลว ถ้าจะมากวนประสาทกูก็กลับบ้านไร่มึงไปเลยไป”
จริงๆ บ้านคยูฮยอนแค่มีสวนกว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าบ้านคนปกติเท่านั้น ถึงคิบอมจะรู้ความจริงและความรวยของมันดี ก็ไม่อยากจะพูดออกมาให้กระดากปากและกระดากใจเปล่าๆ
แต่ถึงจะโดนจิก คนฟังก็หัวเราะจนกรามสั่นกึกๆ จริงๆ คยูฮยอนเองก็พอรู้ว่าทำไมคิบอมมันถึงได้เหวี่ยงหัวเหวี่ยงหางแบบนี้ เหตุผลที่ทุกคนไม่อยู่บ้านน่ะทำไมเขาจะไม่รู้ ก็แค่อยากถามให้สะเทือนใจมันเล่นก็เท่านั้น ก็ทุกคนเล่นรวมตัวกันอยู่ที่คอนโดพี่จุนซู แน่นอนว่าจงฮยอนน่ะไปหาคีย์ ยูชอนก็ขลุกอยู่ที่นั่นทุกวี่ทุกวันอยู่แล้ว ส่วนพี่ทงเฮน่ะเหรอ..
เทศกาลเวิลด์คัพแบบนี้ ไม่ต้องสืบ
“ถ้าเบื่อ มึงก็ไปนั่งกับพวกเขาดิ๊ จะไปยากอะไรวะกับอีแค่ดูบอล”
“รู้ได้ไง”
“กินเหล้าแล้วโง่ลงทุกวันนะมึง ก็คบเพื่อนกลุ่มเดียวกัน จะไม่รู้ได้ไงวะ”
คิบอมไม่อยากตอบอะไรไปมากกว่านี้ เพราะรู้ว่าเขาอาจจะได้คำตอบแบบเผ็ดร้อนกลับมาระลอกสาม จึงได้แต่ยกนิ้วกลางแสดงความหมายแทนใจให้เท่านั้น ร่างสูงเอนตัวนอนลงบนโซฟาหน้าทีวี เปิดการ์ตูนเน็ตเวิร์คดูฆ่าเวลารอทงเฮกลับบ้านไปเรื่อยๆ ดีกว่าต้องไปนั่งดูบอลให้ช้ำใจ “ถ้ามึงอยากกลับก็ไปเหอะว่ะ มาแล้วหนวกหูชะมัด”
ทำลืมความจริงที่ตัวเองเป็นคนเรียกมันให้ขับรถผลาญน้ำมันมาถึงที่นี่ คิบอมโบกมือไล่พร้อมกับเดินไปหยิบหนังสือที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาเก็บบนชั้น เอนตัวนอนหน้าโซฟาเหมือนเดิม แน่นอนว่าเขาไม่ได้พิศวาสอะไรพาวเวอร์พัฟเกิร์ลนักหรอก เพียงแต่มันเป็นสิ่งเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนได้ในช่วงเวลาแบบนี้
หนึ่งเดือนของเวิลคัพ
หนึ่งเดือนที่ทงเฮจะไม่ว่างเพราะดูบอล
คิบอมเองก็ไม่ได้อยากดราม่าอะไร เพียงแต่การที่เห็นทงเฮตื่นไปทำงาน กลับบ้านมาดูบอล บอลจบก็นอน วนเวียนอยู่แค่นี้ทุกวี่ทุกวัน เขาก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ กับอีแค่ฟุตบอลมันจะสำคัญอะไรกันนักกันหนา ฟุตบอลที่มีแค่คนวิ่งไล่ลูกกลมๆ ในสนามจะสำคัญมากกว่าคิบอมคนนี้เชียวหรือ คิมคิบอมที่ไม่ดูบอลคนนี้น่ะ
เมื่อวันก่อน เขาจึงยื่นคำขาดไปว่าถ้าทงเฮยังจะดูบอลทุกวันแบบนี้ ก็ไม่ต้องกลับมาเลยดีกว่า เพราะกลับมาก็เหมือนไม่กลับอยู่ดี ไม่ได้คุยกัน ไม่ได้กินข้าวด้วยกัน ถึงคุยไปทงเฮก็ไม่ฟัง เพราะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาจ้องหน้าจอทีวี
ทงเฮไม่ตอบอะไร ยังนั่งดูฟุตบอลเหมือนเดิมจนคิบอมเดินหงุดหงิดเข้าห้องนอนไปเพราะไม่รู้จะทำยังไงแล้ว และวันนี้ทงเฮก็ให้คำตอบเขาแจ่มชัดจนเจ็บจี๊ดไปถึงกลางใจ ไม่กลับมาอย่างที่คิบอมท้าไว้จริงๆ แถมยังไปดูบอลที่คอนโดพี่จุนซูอีกต่างหาก
โว้ยยยยยยยยยยยยย!!
“มึงเป็นอะไรรึเปล่าวะ?”
คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังหน้าเครียดเหมือนจะระเบิด คิบอมเพียงแค่ส่ายหน้าก่อนจะไถลตัวนอนลงบนโซฟา ไม่ลืมเอ่ยปากตอบแทนพระคุณเพื่อนที่ยอมมาหาถึงที่นี่
“กลับไปได้แล้วไป ล็อกประตูก่อนไปด้วยล่ะ”
“อะไรวะ นี่ไล่กูจริงๆ เหรอเนี่ย”
“นี่โง่จริงหรือแกล้งโง่วะคยูฮยอน?”
คยูฮยอนหยิบหมอนปาใส่หัวคนปากดีที่นอนซบหน้านิ่งเหมือนเป็นพระเอกมิวสิควิดีโอ มือเรียวหยิบกุญแจรถก่อนจะไม่วายทิ้งท้ายด้วยคำที่ทำให้คิบอมสะดุ้งสะเทือนเหมือนโดนเข็มปักเข้ากลางหัวใจ
“มึงรู้รึเปล่าว่าคนที่มีความสนใจไม่เหมือนกันอ่ะ เขาเลิกกันมานักต่อนักแล้วนะเว้ย”
“ไอ้..............”
หลังจากปั่นกระทู้เสร็จคยูฮยอนก็เดินผิวปากออกจากบ้านไป ไม่ทันอยู่ฟังคำสรรเสริญของคิบอมที่ไล่ตามหลังมาเป็นกระบุงโกย
.
.
หลังจากที่โดนยิงด้วยระเบิดนามว่าคยูฮยอน คิบอมก็คว้ารีโมทมาเปลี่ยนช่องทีวีแทบไม่ทัน ถึงพาวเวอร์พัฟเกิร์ลจะน่ารัก แต่ขอพูดให้น้ำเน่าตรงนี้เลยว่าทงเฮน่ารักกว่า ดังนั้นเขาจะเสียทงเฮไปเพราะฟุตบอลไม่ได้ ไอ้ลูกกลมๆนี่จะมาชนะคิมคิบอมผู้หล่อเหลาคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“อ้าว ทำไมวิ่งๆ แล้วต้องล้ำหน้าวะ ล้ำหน้าคืออะไรอีกเนี่ย?”
คนที่ไม่เคยและไม่คิดจะดูบอลมาก่อนในชีวิตนั่งเกาหัวแกรกๆ อย่างสุดทน มองนักเตะในสนามวิ่งไปวิ่งมาแล้วชักเวียนหัว ทำไมกีฬามันถึงไม่เคยอยู่ในสายเลือดเขาเลยนะ ทั้งๆที่น้องชายและผองเพื่อนเขาบ้าคลั่งกันชนิดที่ว่าพลาดไม่ได้สักแมทช์เลยทีเดียว
“เตะมุม... ฟรีคิก... คนพากย์แม่งพูดอะไรวะ ไม่เห็นจะเข้าใจสักอย่าง”
พอยิ่งดูยิ่งไม่รู้เรื่อง คิบอมก็ยิ่งท้อใจ คนที่ให้ตายก็ไม่อยากเสียทงเฮไปจึงต้องบากหน้าออกจากบ้านไปคอนโดพี่จุนซูจนได้ พอเดินออกจากลิฟต์มา หลับตาเดินหาก็คงรู้ว่าห้องไหนเพราะเชียร์บอลกันซะสนั่นลั่นทุ่ง
มือเรียวเอื้อมเปิดประตู เป็นจังหวะเดียวกับที่ซีวอนจะออกไปซื้อเบียร์มาเพิ่มพอดี
“อ้าว.. มาทำไมวะ”
ทักกันคำแรก คิบอมก็แทบจะประเคนฝ่าเท้าให้แทนคำตอบ
“กูมาหาทงเฮ”
“พี่เค้าไม่คุยกับมึงหรอก”
“มึงชื่อทงเฮหรือไงซีวอน”
เท่านั้น ซีวอนก็คิดว่าไม่ควรจะกวนอารมณ์มันให้เสี่ยงต่อสุขภาพชีวิตและทรัพย์สินในตอนนี้ คนที่แอบหัวเราะคิกคักอยู่ในใจจึงทำท่ายักไหล่น้อยๆ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปไม่ต่อปากต่อคำให้เมื่อยตุ้ม เห็นหน้านอยด์มาแบบนั้นก็พอรู้ว่าเถียงไปเถียงมาจะโดนประทุษร้ายเปล่าๆ
“คนอยู่เยอะนะเว้ย อย่าเคลียร์กันถึงพริกถึงขิงมากล่ะ”
ว่าแล้วคนที่จะโดนคิบอมฆาตกรรมด้วยมือเปล่าอยู่รอมร่อก็รีบแผ่นแน่บลงลิฟต์ไป
ผองเพื่อนเขาแทบจะทุกคนมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ หน้าจอทีวีห้าสิบนิ้วที่พี่จุนซูลงทุนไปซื้อมาก่อนบอลโลกจะเริ่มได้สองวัน โดยเฉพาะคนที่คิบอมคิดถึงมากที่สุด กำลังนั่งดูไปกินเบียร์ไปอย่างสนุกสนาน ไม่ได้มีวี่แววเสียอกเสียใจหรือหดหู่อย่างที่เขาเป็นบ้างเลย
ยิ่งคิดยิ่งน้อยใจ
ไม่ว่ายังไงก็คงไม่สำคัญเท่า
ขนาดเดินมาถึงตรงนี้ ยังไม่มีใครเห็นด้วยซ้ำว่าเขามา... จะมีก็แต่...
“มึงไม่ดูพาวเวอร์พัฟเกิร์ลแล้วเหรอ”
คยูฮยอนที่พึ่งเดินออกมาจากครัวป๊ะกับคิบอมเข้าที่โถงทางเดินพอดี รอยยิ้มและคำถามยียวนกวนประสาทของมันทำให้คิบอมชักหงุดหงิด อะไรวะ ไม่รู้ทันสักเรื่องจะตายมั้ย
“ไอ้ตอแหล มึงก็อยู่ที่นี่ แล้วตอนกูโทรบอกให้มาหาทำไมบอกอยู่บ้าน”
“ตอนนั้นกูอยู่บ้านจริงๆ แต่หลังจากนั้นกูคิดว่ามาดูมึงตามง้อพี่ทงเฮที่นี่คงสนุกกว่า”
“งั้นกูกลับบ้านดีกว่า ไม่อยู่ให้สมใจมึงหรอก”
คนที่พึ่งมาใหม่ตัดสินใจอย่างนั้นจริงๆ คุยตอนนี้ยังไงก็คงคุยไม่รู้เรื่องเพราะมารผจญมันเยอะซะเหลือเกิน หากยังไม่ทันจะได้หมุนตัวเปลี่ยนทิศเดินออกจากประตูไป คิบอมก็เกือบได้ทำร้ายร่างกายคนข้างๆ ที่ปากสว่างตะโกนซะลั่นห้องเข้าจริงๆ
“พี่ทงเฮฮฮฮฮฮฮ คิบอมมาครับ!!”
“ไอ้คยู...”
กว่าคิบอมจะยืนด่าคยูฮยอนจบ ทงเฮก็มายืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ตอนนี้จะหนีก็หนีไม่ทัน แต่ถ้าจะให้ว่ากันตามจริง พอได้เห็นหน้าทงเฮแล้ว ใจที่อยากจะบินกลับบ้านเมื่อครู่ก็ทรยศกันหน้าตาเฉย
ก็เพราะคิดถึง... คิดถึงเหลือเกิน
“คิบอมอา.. มาแล้วทำไมไม่เรียกฉันล่ะ?”
“ผมไม่ได้มาหาทงเฮ แค่มาเอาของกับคยูฮยอนมัน”
“เฮ้ย อย่าลากๆ” คนโดนพาดพิงเป็นข้ออ้างรีบโบกไม้โบกมือเป็นการใหญ่ “ผมขอตัวก่อนนะครับพี่ทงเฮ”
พอบุคคลที่สามหลบฉากไป ความอึดอัดแบบไม่มีสิ้นสุดก็เริ่มต้นขึ้น ถึงคิบอมจะเตรียมคำมาเป็นร้อยพัน ชนิดที่ว่าคนกล่าวสุนทรพจน์ยังอาย แต่พอเจอหน้าแล้วกลับพูดไม่ออก เพราะความรู้สึกมันยังค้างคา คิบอมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองทำใจได้รึยัง
ที่มาก็เพราะกลัวว่าจะต้องเลิกกันเพราะความสนใจคนละอย่างแบบทึ่คยูฮยอนพูด
เขาไม่อยากเลิก
แต่ก็ทนรับกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน
“ทงเฮดูบอลเถอะ ผมไม่อยากกวน”
แล้วคนที่ยอมถ่อมาถึงที่นี่ก็ปอดแหก ตัดใจถอยหลังหนีอีกเป็นครั้งที่สอง ไม่แม้แต่จะหันหลังมามองด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายกำลังทำหน้าตาแบบไหน คิบอมคิดเอาว่าทงเฮก็คงไม่รู้สึกอะไร เต็มที่ก็แค่ยักไหล่แล้วกลับไปนั่งดูบอลหน้าทีวีเหมือนเดิม... เหมือนอย่างที่ผ่านมา
เพราะคิบอมไม่เคยรู้ว่าลำดับขั้นความสำคัญของตัวเองอยู่ที่ตรงไหน เคยคิดว่าตัวเองเป็นคนที่คิดมากเกินไป
แต่พอมาเห็นว่าตัวเองแพ้แม้กระทั่งฟุตบอลแบบนี้ เขาก็ขอถอดใจดีกว่า
“คิบอม.. เดี๋ยวก่อน”
เสียงที่เรียกไว้ทำให้คนที่กำลังเดินคอตกเหมือนพระเอกเอ็มวีต้องหันไปมอง ทงเฮกำลังรีบร้อนวิ่งตามมาพร้อมกับของในมือพร้อมสรรพ เรียวคิ้วเข้มขมวดแทนคำถามว่าทำไม แต่ทงเฮเพียงแค่กอดแขนเขาไว้แล้วเดินเคียงข้างมาเงียบๆ เท่านั้น
จากลงลิฟต์ไปจนถึงรถ ยังไม่มีคำพูดแม้แต่คำเดียว
“ทงเฮ... ถ้าขึ้นรถแปลว่ากลับบ้านนะ”
“อืม..” เสียงหงอยๆ ทำให้ใจคิบอมกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก ให้ตาย... ทำไมเขาถึงต้องมาปวดหัวกับเรื่องแบบนี้ด้วยนะ
“ถ้าอยากดูบอลมากก็อยู่ที่นี่สิ บ้านน่ะจะกลับเมื่อไรก็ได้ ยังไงมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรนักหนาอยู่แล้ว”
“สำคัญสิ... อะไรที่มีคิบอมก็สำคัญสำหรับฉันทั้งนั้นแหละ”
“แต่ก็น้อยกว่าฟุตบอล”
“ทำไมคิดแบบนั้น”
คิบอมยืนนิ่งคล้ายจะถามกลับว่าทำไมถึงจะไม่คิดแบบนั้น ใช้สายตาตัดพ้อตอบคำถามก่อนจะก้าวขึ้นรถอย่างคนหัวเสียทุกประการ หากยังไม่ทันได้สตาร์ทรถและขับหนีแบบในละคร คิบอมก็ต้องสะดุ้งโหยงเพราะข้าวของของทงเฮแทบทุกชิ้นกระแทกกระจกรถเข้าเต็มเปา
“ทงเฮ ทำอะไรครับเนี่ย”
“ฉันอุตส่าห์มาง้อแล้วนะ จะเอาอะไรอีก จะให้เลิกดูบอลไปตลอดชีวิตเลยมั้ย”
คิบอมถึงกับต้องเลิกคิ้ว ทำไมบทบาทมันสลับกันได้วะ เขาสิต้องเป็นคนโกรธ เขาสิต้องโมโหที่ทงเฮไม่สนใจกันสักนิด แถมต้องถ่อมาถึงที่นี่กว่าเราจะได้คุยกัน แล้วทำไม ทงเฮมาโกรธเขาได้ยังไง
คนที่ไม่เข้าใจ และไม่คิดจะเข้าใจอะไรอีก ณ เวลานี้ เปิดประตูแล้วก้าวลงจากรถ สาวเท้าเข้าไปหาทงเฮที่กำลังเบนหน้าไปทางอื่นพร้อมกับกัดริมฝีปากจนจะช้ำ ดวงตาคู่นั้นเริ่มคลอไปด้วยความเสียใจ
“ผมไม่อยากเลิกกับทงเฮ” คิบอมเป็นฝ่ายพูดออกมาก่อน พูด... ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้พูดอีกต่อไป ถ้าสถานการณ์มันจะแย่ลงไปกว่านี้ เขาเองก็ยอมแพ้เหมือนกัน “แต่ผมไม่ดูบอล แล้วผมผิดเหรอที่อยากจะให้ทงเฮสนใจกันบ้าง ผมผิดเหรอที่รู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญอีกต่อไป”
“ฉันไม่สนใจนายเมื่อไร”
“ก็ตอนที่ดูบอล”
“สรุปฟุตบอลคือปัญหาใช่มั้ย ก็ได้ ฉันจะไม่ดูอีก ถ้ามันทำให้คิบอมไม่พอใจฉันก็จะไม่ดู” แน่นอนว่าคนฟังต้องเลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อหูอีกครั้ง แต่ทงเฮก็ยืนยันด้วยถ้อยคำที่ทำให้คนฟังรู้ว่าตัวเองไม่ได้หูฝาดไป “คิบอมสำคัญกว่าฟุตบอลอยู่แล้ว”
“........”
“อันที่จริง นายสำคัญมากกว่าอะไรทั้งหมดนั่นแหละ”
เมื่อคนที่ไม่ค่อยพูดความรู้สึกของตัวเองอย่างทงเฮพูดถึงขนาดนี้ คิบอมที่หลงรักคนคนนี้สุดหัวใจมีหรือจะไม่ใจอ่อน แค่ทงเฮพูดว่ารัก เราก็พร้อมยกโลกทั้งใบให้แล้ว นี่บอกว่าสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด คิบอมคิดว่าตัวเองยกชีวิตให้ตอนนี้ก็คงไม่เสียดาย
สองแขนยกขึ้นโอบทงเฮมาไว้ในอ้อมแขน แนบริมฝีปากลงกับหน้าผากมนด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
“เข้าใจแล้วครับ ผมไม่ห้ามทงเฮแล้วก็ได้”
ทันใดนั้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของคนในอ้อมกอดก็ส่องประกายขึ้นมาทันที คนที่แอบสังเกตเห็นได้แต่หัวเราะเงียบๆในใจก่อนจะเอ่ย
“แต่อย่าลืมสอนผมดูด้วยนะครับ”
“แน่ใจเหรอคิบอม?” เสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัยของทงเฮทำให้คนฟังหัวเราะอีกครั้ง “ฉันนึกว่าคิบอมไม่ชอบซะอีก เห็นคยูฮยอนบอกว่าหงุดหงิดใหญ่เลยเวลาที่ดูแล้วไม่เข้าใจ ฉันก็เลยไม่กล้าชวนมาดูด้วยกันที่บ้านพี่จุนซู”
อ้าว ไอ้คยู ไอ้เพื่อนเลว ไอ้ตัวเสี้ยมระดับชาติ ไอ้มารผจญชีวิตคู่ ก่อนกูจะตาย รับรองว่าแค้นนี้ต้องมีชำระ หลังจากหมายมั่นปั้นมือ เรียวปากได้รูปก็ฉีกยิ้มกลบเกลื่อนก่อนจะเอ่ยคำที่ตัวเองกลั่นกรองมาแล้วว่าน้ำเน่ากินใจทงเฮแน่นอน
“ฟุตบอลน่ะผมไม่ได้ชอบหรอก แต่ผมชอบทงเฮ”
“บ้า.. ไม่เห็นจะเกี่ยวกันตรงไหนเลย”
END
สวัสดีค่ะ หายไปนานเลยเรา (นานมากต่างหากย่ะ : จากคุณผู้อ่าน)
วันนี้เอาซีรี่ส์เพี้ยนๆเรื่องนี้มาต่อตามที่สัญญาไว้ค่ะ ตอนที่ 7 แล้วค่ะ ไม่น่าเชื่อ
ดูได้จากฟิก พิมค้างไว้ตั้งแต่บอลโลก ผ่านมานานขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย (ปาดเหงื่อ) จริงๆที่หายไปนี่ หลักๆก็ยุ่งมากมายค่ะ ไม่มีเวลา แล้วก็มีเหตุผลอื่นรวมๆกัน ผสมปนเปกันไป เอาเป็นว่าหลังจากนี้คงไม่ได้มาเขียนฟิกบ่อยๆอีกแล้วค่ะ แต่ก็จะพยายามเขียนต่อไป อยากเขียนโดจินด้วยค่ะ แต่ก็ยังไม่มีเวลาอยู่ดี T T
ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังแวะเวียนมาเยี่ยมบลอคนี้ด้วยนะคะ
เจอกันใหม่โอกาสหน้านะคะ
- มีนาคม 54 เดือนที่อากาศร้อนมาก

